เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะครู มุ่งเปลี่ยนการเรียนรู้จากท่องจำ หรือ Passive Learning ไปสู่ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้คิดเป็น ทำเป็น และสร้างนวัตกรรมได้ โดยมี ดร.ภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เป็นประธาน โดยความร่วมมือดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี
ดร.ภิญญา กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มโอกาส ยกระดับคุณภาพ และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ดูแลโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศประมาณ 3,000 แห่ง มีนักเรียนประมาณกว่า 2 ล้านคน ขณะที่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้เรียนประมาณ 70% อยู่ในระบบการศึกษาเอกชน และมีโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาประมาณกว่า 300 แห่ง โดยพื้นที่ดังกล่าวมีบริบทและอัตลักษณ์การจัดการศึกษาที่แตกต่างกัน การพัฒนาจึงต้องยึดทั้งคุณภาพและความเท่าเทียม ควบคู่กับการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยหัวใจสำคัญที่สุดคือการพัฒนาครู เพราะเด็กเก่งได้ ครูต้องเก่งก่อน ขณะที่บทบาทครูในอนาคตจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ครูมีทั้งแนวคิด รูปแบบ และเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ โดยเฉพาะการเรียนรู้แบบ Active Learning และ GPAS 5 Steps เพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง เปิดโอกาสให้นักเรียนเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ และนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนที่มีคุณภาพทั้งในพื้นที่ชายแดนภาคใต้และระดับประเทศ เชื่อว่าหากสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาครูและการจัดการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ภายใน 3 ปีจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการเรียนการสอนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างชัดเจน
ว่าที่ ร.ต.อับดุลฮาฟิซ หิเล ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสและยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะการพัฒนาครูและกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการศึกษายุคใหม่ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโรงเรียนในพื้นที่ได้รับการสนับสนุนด้านการพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งโอกาส สภาพแวดล้อม สถานการณ์ความไม่สงบ ที่ตั้งของโรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่นอกเขตเมือง รวมถึงสภาพเศรษฐกิจ ส่งผลให้โอกาสเข้าถึงเครื่องมือและนวัตกรรมการเรียนรู้ยังไม่เท่าเทียมกับพื้นที่อื่น ความร่วมมือครั้งนี้จึงทำให้เครือข่ายฯ มีความหวังว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้า การจัดการศึกษาในพื้นที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งให้ครูสามารถนำ Active Learning, Backward Design และ GPAS 5 Steps ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนจริงในห้องเรียน เบื้องต้นเตรียมพัฒนาครูในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2,500 คน จังหวัดละ 500 คน พร้อมขยายการอบรมให้เข้าถึงครูอย่างทั่วถึง โดยโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีครูจำนวนมากสามารถจัดการพัฒนาครูภายในโรงเรียนได้ เพื่อไม่ให้การอบรมจำกัดอยู่เพียงหัวหน้าฝ่ายวิชาการหรือครูตัวแทนเหมือนที่ผ่านมา
“ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นมิติใหม่ของการศึกษาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการลดช่องว่างโอกาสทางการศึกษา เพิ่มศักยภาพครู และสร้างห้องเรียนที่เด็กเป็นเจ้าของการเรียนรู้อย่างแท้จริง” ว่าที่ ร.ต.อับดุลฮาฟิซ กล่าว
ด้าน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว.กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะเป้าหมายสำคัญคือทำให้เด็กไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคใดของประเทศ สามารถพัฒนาศักยภาพด้านการคิด การสร้างความรู้ และการสร้างนวัตกรรมได้อย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น หัวใจของการศึกษาไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเตรียมเด็กเพื่อประกอบอาชีพในอนาคต แต่ต้องทำให้เด็กสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้มาใช้กับชีวิตจริง เมื่อเด็กได้รับการฝึกกระบวนการสร้างความรู้ คิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยเรียน กระบวนการเหล่านี้จะค่อย ๆ ปลูกฝังเป็นนิสัยและติดตัวไปตลอดชีวิต ดังนั้น GPAS 5 Steps จึงไม่ใช่เพียงเทคนิคการสอนในห้องเรียน แต่เป็นกระบวนการสร้างศักยภาพให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตลอดชีวิต และเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยลดช่องว่างทางการศึกษา ทำให้เด็กทุกพื้นที่มีโอกาสพัฒนาศักยภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน



