กลายเป็นประเด็น ถูกตั้งคำถามขึ้นมาทันที หลัง “เท้ง” นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า วันที่ 13 ก.ย.นี้ ก่อนที่ กกต. มีมติคดีโกง สว. ชวนทุกคนร่วมเดิน 11 กิโลเมตร กดดันกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากหน้าไอลอว์ 10 โมง ถึงหอศิลป์ฯ ช่วงเย็น เพราะนายณัฐพงษ์ ก็มีคดีติดตัวอยู่ในชั้นศาลฎีกา ก็ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณียื่นแก้ไขมาตรา 112 เกี่ยวกับความผิดด้านจริยธรรม ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนของการไต่สวนพยาน ดังนั้นหากในอนาคตมี ความพยายามกดดันศาล เพื่อให้ตัดสินลงโทษ 44 สส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) จะถูกมองว่า พฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือไม่

ก่อนหน้านั้น “นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการไอลอว์ โพสต์เฟซบุ๊ก ประกาศกิจกรรมนัดหมาย เพื่อแสดงออกร่วมกันในประเด็น #สั่งฟ้องสว. เป็นครั้งสุดท้าย วันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. 2569 ก่อนที่ กกต. จะนัดลงมติและแจ้งผลคำสั่งในวันรุ่งขึ้น ขอนัดหมาย เพื่อชวนทุกคนมาร่วมกันแสดงออกเยอะๆๆๆ เป็นกิจกรรมสุดท้ายวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. 69 เลือกสถานที่เป็นลานหน้าหอศิลป์ฯ แยกปทุมวัน ซึ่งเท่าที่จัดกิจกรรมต่างๆ มาเวลานัดหมายตรงนี้คนมาได้เยอะที่สุด เข้าใจว่าเป็นเพราะเดินทางสะดวกมีรถไฟฟ้า และเย็นวันอาทิตย์คนมางานแล้วสามารถไปเที่ยวต่อ ไปกินข้าว ไปชอปปิง ทำอะไรได้อีกหลายอย่าง

ขอเลือกเวลานัดหมายเป็น 16.00-18.00 น. จากที่สังเกต 3-4 วันมานี้ในกรุงเทพฯ ฝนจะตกช่วงฟ้ามืด วันนี้ก็เพิ่งตกตอน 18.25 น. ดังนั้น เรานัดกันมาทำกิจกรรมแป๊บเดียว ถ่ายรูปตอนยังมีแสงแล้วรีบแยกย้าย จะได้ไม่กลัวฝน ไม่เน้นการปักหลักยืดเยื้อเพื่อต่อรองอำนาจ เพราะ เราไม่ได้จะต่อรองอะไร เราอยากแค่เห็นคนมาที่อึดอัดมาด้วยกันสองปีกว่า มีพื้นที่แสดงออก และอยากให้เห็นว่า มีคนจำนวนมากแค่ไหน ที่อึดอัดทนไม่ได้กับที่มา สว.สีน้ำเงินชุดนี้

ที่น่าสนใจคือความเห็นของ “นายสนธิญา สวัสดี” นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นหนังสือและให้ปากคำเพิ่มเติมต่อ กกต. หลังถูกเรียกสอบเพิ่มเติม กรณีก่อนหน้านี้เคยยื่นหนังสือร้องเรียน ยุบพรรค ปชน. โดยนายสนธิญาให้สัมภาษณ์ก่อนให้ปากคำเพิ่มเติมว่า กกต. เรียกมาสอบเพิ่มเติม กรณี “ขอให้ตรวจสอบการดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง” ส่วนกรณีไอลอว์ได้ประกาศ จัดชุมนุมหน้าหอศิลป์ ใกล้วังสระปทุม ในวันที่ 13 ก.ย. 2569 เคยร้องให้ตำรวจ อัยการส่งเรื่องให้ศาลแขวงปทุมวัน จำคุก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรณิการ์ วานิช, นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง จำคุก 4 เดือน ตอนนี้เรื่องอยู่ศาลอุทธรณ์ จึงคัดค้านการชุมนุมของไอลอว์ ในวันที่ 13 ก.ย. หากมีการชุมนุม ก็จะแจ้งความดำเนินคดี  อยากเรียกร้องไปยัง นายยิ่งชีพ ไอลอว์ หรือบุคคลใดก็ตาม ที่จะไปร่วมชุมนุมที่สกายวอล์ก ระวังให้ดี เพราะ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะมาตรา 7 เขียนระบุไว้ชัดเจนว่ากิจกรรมต้องห่างจากเขตพระราชฐานไม่ต่ำกว่า 150 เมตร

คำถามคือ “นายณัฐพงษ์” กำหนดบทบาทเหมาะสมหรือไม่ หลังประกาศปลุกม็อบลงถนนวันที่ 13 ก.ย. เพื่อกดดัน กกต. ทั้งที่เป็น 1 ใน 44 สส.พรรค ก.ก. ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาแก้มาตรา 112 นอกจากนี้ยังสุ่มเสี่ยงกับการ ถูกแจ้งความดำเนินคดี เพราะพื้นที่ที่นัดรวมตัวใกล้กับสถานที่สำคัญ

ต้องยอมรับว่า เป็นช่วงเวลาที่เร็วพอสมควร หลังจากรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทำงานได้ไม่ถึง 6 เดือน ก็ปรับกระบวนการสื่อสารของรัฐบาล โดย มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งโฆษกประจำสำนายกฯ จาก “น.ส.รัชดา ธนาดิเรก” มาเป็น “นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ” ซึ่งต้องยอมรับว่า ช่วง “น.ส.รัชดา” เป็นกระบอกเสียงให้ฝ่ายบริหาร เรื่องการชี้แจงการทำงานของฝ่ายบริหาร ต้องยอมรับว่าไม่มีปัญหา สื่อสารได้ครบถ้วน โดย ไม่เน้นตอบโต้ทางการเมือง  ซึ่งการทำงานในรูปแบบดังกล่าว อาจไม่โดนใจหัวหน้ารัฐบาล แต้ถ้าหาก “นพ.เอกภพ” ทำหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ มามุ่งตอบโต้เรื่องการเมือง จะทำให้งานฝ่ายบริหารถูกบดบังไปด้วยประเด็นการเมืองหรือไม่ ยิ่งการทำงานของรัฐบาลผ่านมาเกือบ 6 เดือน ต้องมีผลงานบอกกล่าวให้สังคมได้รับรู้ว่า ทำอะไรไปบ้าง   

ด้าน “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุของการปรับใหญ่ด้านการสื่อสารของรัฐบาล ในส่วนของรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ที่ออกอากาศทุกวันเสาร์ เนื่องจากรัฐบาลเข้ามาทำงานครึ่งปีแล้ว โดยกรมประชาสัมพันธ์ โดย น.ส.ศุภมาศ อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้หารือกับตน ว่า สมัยก่อนเคยมีรายการลักษณะนี้เพื่อสื่อสารกับประชาชน เช่น รายการ “นายกฯ พบประชาชน” และรัฐบาลนี้ต้องการให้รัฐมนตรีได้ทำงานและสื่อสารกับประชาชน ในแต่ละสัปดาห์จึงได้จัดรัฐมนตรีเพื่อไปออกรายการดังกล่าว เพื่อชี้แจงการทำงานให้ประชาชนรับทราบ โดยจะพยายามทำให้มากที่สุด ส่วนคิวการออกรายการของนายกฯ ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนด

เมื่อถามถึงการปรับเปลี่ยนโฆษกรัฐบาลคนใหม่ จาก น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ไปเป็น นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ต้องการมุ่งเน้นภารกิจด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เน้นการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ว่ารัฐบาลได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง ส่วนต้องโต้ตอบทางการเมืองหรือไม่นั้น “อย่าไปใช้คำว่าตอบโต้ทางการเมืองเลย ขอใช้คำว่ามีอะไรก็ให้ชี้แจง ข้อสงสัยและข้อกังวลให้ทุกฝ่ายได้รับทราบ”

ด้าน “นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังที่ประชุม ครม.มีมติแต่งตั้งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ ว่า จะมีความเข้มข้นของข้อมูล เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รวดเร็ว แต่ไม่เน้นการโต้วาที ใส่อารมณ์ทางการเมือง เราจะ เน้นตอบโต้ข้อมูลเท็จ ด้วยข้อมูลจริง ทีมโฆษกฯ จะไม่เติมไฟในการเมือง เพื่อแยกประชาชนออกเป็นกลุ่มเป็นสี จะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ เรามาช่วยกันปักธงทางความคิด เราอยากนำพาประเทศไทยไปอยู่จุดไหน มีอะไรที่ทำให้ประเทศไทยสู้ประเทศอื่นได้ เมื่อถามว่า นายกฯ เปลี่ยนโฆษกรัฐบาลคนใหม่เพื่อมาชี้แจงทางการเมืองเพิ่มขึ้น นายเอกภพ กล่าวว่า ขอย้ำว่าการสื่อสารของเรา ไม่ได้เน้นตอบโต้หรือโต้วาทีทางการเมือง ขอเน้นว่าให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง และให้ข้อเท็จจริงตอบโต้ข้อมูลที่ถูกบิดเบือน ไม่เน้นเรื่องที่ไม่มีผลประโยชน์กับประชาชน จึงอยากชวนพรรคการเมืองหรือคนทำงานการเมือง ไม่อยากให้ประชาชนดูข่าว ดูการเมืองเห็นแค่คนทะเลาะกัน อยากเห็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์

จากนี้ต้องวัดผลงานของ โฆษกรัฐบาลคนใหม่ จะมุ้งเน้นเรื่องการตอบโต้ทางการเมือง หรือมุ่งการเสนอข้อมูล ที่เป็นการทำงานของฝ่ายบริหาร

ส่วนการแต่งตั้งปลัดอุตสาหกรรมคนใหม่ “นายวราวุธ ศิลปอาชา” รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ว่า มีมติรับโอน นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คนปัจจุบัน ไปดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ เนื่องจาก วันที่ 30 ก.ย.นี้ ก็จะครบวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี คงรอให้มีการโปรดเกล้าฯ ให้มีพระบรมราชโองการมาเสียก่อน ถึงจะดำเนินการขั้นตอนต่อไป เมื่อถามว่าบุคคลที่เหมาะสม ต้องมีคุณสมบัติยังไงบ้างนั้น นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องเป็นคนมีความรู้ มีความสามารถ ผ่านงานทางด้านอุตสาหกรรมมาพอสมควร อยากได้คนใน จะได้รู้จักมักคุ้นกันดี รู้ทั้งจุดอ่อน จุดที่เราจะต้องมาแก้ไข จะได้สานต่องานกันได้อย่างไม่มีรอยต่อ เมื่อถามว่าเรื่องของอายุราชการของปลัดกระทรวงหลายๆ คน  ถูกมองว่าอายุราชการเหลือเยอะมากนั้น เหมือนวางข้าราชการไว้เผื่ออนาคตด้วยหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า เรามองกันถึงความต่อเนื่องในการทำงาน ถ้าหากมีอายุเหลืออยู่ 1 ปี 2 ปี กับ 4 ปี หรือ 6 ปีนั้น การที่อยู่ดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการระดับสูงต่อเนื่อง ก็จะทำให้มีความต่อเนื่อง ทั้งเรื่องนโยบาย การทำงานกับหน่วยงานอื่น

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในกรณีของ นายณัฐพล นั้น จากเดิมมีรายชื่อเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน แต่เนื่องจากที่ผ่านมา นายณัฐพล ไม่ยอมเซ็นชื่อแต่งตั้งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ ขณะที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายราย ติดต่อโทรศัพท์มือถือแต่ไม่ยอมรับสาย จึงทำให้ ครม.ต้องถอดวาระออก หลังจากนั้น ครม.วันที่ 18 ส.ค. 69 แต่งตั้ง “นายฉันทานนท์ วรรณเขจร” ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกฯ ขึ้นเป็น ปลัดกระทรวงพลังงาน แทน ทั้งนี้ที่ประชุม ครม. ยังไม่มีการเสนอแต่งตั้งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ เนื่องจากต้องรอให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนเก่า พ้นตำแหน่งตามกฎหมายก่อน  ซึ่งรายชื่อปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ ยังเป็นชื่อนายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ลูกหม้อกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานทั้งใน และต่างประเทศ  ผ่านงานมาหลายกรมของกระทรวงอุตสาหกรรม  

ถือเป็นบทเรียนของข้าราชการ ถ้าหากตัดสินใจผิด ชีวิตอาจต้องเปลี่ยน จากที่เคยมีอนาคต อาจต้องกลายเป็น คนตกสวรรค์แบบไม่ทันตั้งตัว เช่นเดียวกับ “นายณัฐพล รังสิตพล” ที่เจอบทเรียนครั้งสำคัญ 

ทีมข่าวการเมือง