เมื่อวันที่ 9 ก.ย. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงผลการประเมินสมรรถนะผู้เรียนระดับนานาชาติ หรือ PISA 2025 ซึ่งผลการประเมินของประเทศไทยมีพัฒนาการดีขึ้น โดยขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 53 ของโลก จากเดิมอันดับที่ 58 ว่า ต้องขอแสดงความยินดีกับประเทศไทยกับผลการประเมินครั้งนี้ เนื่องจากประเทศไทยขยับอันดับขึ้นถึง 5 อันดับ และเป็นการขยับขึ้นท่ามกลางจำนวนประเทศที่เข้าร่วมการประเมินที่เพิ่มขึ้น ผล PISA ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะคะแนนของประเทศไทยปรับตัวดีขึ้นในทุกมิติ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือการวิเคราะห์ว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ผลการประเมินของไทยดีขึ้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลกำหนดทิศทางและนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงในอนาคต
รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ สสวท.อยู่ระหว่างการวิเคราะห์รายละเอียดและจัดทำข้อมูลสรุป เพื่อหาคำตอบว่าปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลให้คะแนนของไทยปรับตัวดีขึ้น ทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาผู้เรียน และมาตรการต่าง ๆ ที่ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา เพราะอย่างน้อยผลครั้งนี้ถือเป็นตัวชี้วัดที่มีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการในอนาคต เราต้องนำข้อมูลมาดูว่า จุดอ่อนของเราคืออะไร และจะแก้ไขอย่างไร ที่สำคัญคือเมื่ออันดับดีขึ้นแล้วก็ไม่อยากให้ถอยลงอีก แต่ต้องเดินหน้าพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า กระทรวงยังให้ความสำคัญกับการวัดมาตรฐานผู้เรียนทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถประเมินพัฒนาการของเด็กไทยได้อย่างเป็นระบบ และนำผลที่ได้ไปใช้กำหนดแนวทางพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ตรงกับปัญหาและความต้องการของผู้เรียนในแต่ละกลุ่ม สำหรับการประเมิน PISA จะจัดขึ้นทุก 3 ปี โดยการประเมินรอบต่อไปในปี 2029 จะมีประเด็นด้านการรู้เท่าทันและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการจึงต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งตนจะวางกรอบการดำเนินงานด้าน AI ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ไปจนถึงอาชีวศึกษา ครอบคลุมทั้งผู้เรียนและผู้สอน เพื่อให้ระบบการศึกษามีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและรูปแบบการเรียนรู้ในอนาคต.



