วันนี้ (9 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีคุณแม่ชาวอเมริกันรายหนึ่ง ที่ออกมาเล่าถึงประสบการณ์ที่โดน “เมตาเอไอ” เจาะลึกข้อมูลลูกๆ ของเธอ ทั้งที่ไม่ได้ร้องขอ ซ้ำยังดึงรูปลูกๆ ที่เธอลบทิ้งไปแล้วขึ้นมาได้ด้วย ก่อให้เกิดกระแสความกังวลครั้งใหญ่บนโลกออนไลน์เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของเด็ก
เคลี โรบินส์ คุณแม่ลูกสองจากรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเปิดเผยประสบการณ์สุดผวาจาก “เอไอ” หลังจากเธอโพสต์คลิปวิดีโอสั้นขณะกำลังร้องเพลงในรถกับลูกสาวลงบนแพลตฟอร์มอินสตาแกรมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเธอ “เซนเซอร์” ด้วยการปกปิดใบหน้าของลูกไว้เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว
แต่หลังจากนั้น เธอได้รับอีเมลจากบริษัทเมตาเกี่ยวกับปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ของเพลงที่เปิดขณะถ่ายคลิป โรบินส์ จึงกลับไปเปิดคลิปดูอีกครั้ง และในจังหวะนั้นเองที่ ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ “เมตาเอไอ” แสดงข้อความทักขึ้นมาใต้คลิปวิดีโอของเธอโดยถามว่า “ใครคือเด็กที่นั่งอยู่ข้างหลัง?”
ด้วยความสงสัย โรบินส์ จึงกดเข้าไปดูคำถามดังกล่าว แต่ระบบเอไอกลับเริ่มดึงข้อมูลส่วนตัวของลูกสาวอีกคนหนึ่งของเธอซึ่งไม่ได้ปรากฏอยู่ในคลิปเลยขึ้นมาแสดง พร้อมทั้งสุ่มคำถามเจาะลึกความเป็นส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง เช่น “เคลี โรบินส์ อาศัยอยู่ที่ไหน?” รวมถึงแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แคมปิ้ง เส้นทางเดินป่าที่ครอบครัวชอบไป หนังสือเล่มโปรด ตลอดจนรูปถ่ายวัยทารกของเด็กๆ ที่ดึงมาจากบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กของพ่อแม่เธอ

นอกจากนี้ เมตาเอไอยังสามารถกู้ภาพถ่ายครอบครัวที่เธอเคยลบทิ้งจากระบบไปนานหลายปีแล้วกลับคืนมาได้อีกด้วย โดยเอไอได้ประมวลผลข้อมูลทั้งหมดขึ้นมาในเวลาเพียงไม่กี่วินาที และแสดงรายละเอียดที่อาจเชื่อมโยงไปถึงโรงเรียนของลูกๆ เธอได้อย่างง่ายดาย
โรบินส์ เปิดเผยว่า ข้อมูลจำนวนมากที่เมตาเอไอรวบรวมมาแสดงนั้น เธอไม่ได้เป็นผู้โพสต์ลงในบัญชีส่วนตัวของตัวเองด้วยซ้ำ แต่มาจากการที่ระบบปัญญาประดิษฐ์ประมวลผลและดึงข้อมูลที่อยู่กระจัดกระจายบนแพลตฟอร์ม ทั้งรูปภาพ วิดีโอ ข้อความ และความคิดเห็นที่บรรดาเพื่อนฝูงรวมถึงคนในครอบครัวเคยโพสต์ไว้ในโซเชียลมีเดีย
เหตุการณ์นี้ทำให้ โรบินส์ ตระหนักถึงภัยเงียบของเอไอที่สามารถรวบรวมโปรไฟล์และข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กได้อย่างแม่นยำ เธอจึงตัดสินใจอัดคลิปวิดีโอเตือนภัยลงบนอินสตาแกรม ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นไวรัลที่มีผู้กดไลก์มากกว่า 303,000 ครั้ง ถูกแชร์ออกไปมากกว่า 59,000 ครั้ง และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกว่า 13,000 ข้อความ
จากเหตุการณ์ดังกล่าว โรบินส์ ได้ตัดสินใจลบรูปภาพและวิดีโอทั้งหมดของลูกๆ ออกจากโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งบอกกล่าวให้ญาติพี่น้องลบรูปลูกหลานออกจากบัญชีของตัวเอง รวมถึงสอนลูกๆ ให้ตระหนักถึงการระวังเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลของตัวเองในโลกออนไลน์เพื่อความปลอดภัย
ทางด้านโฆษกของเมตาได้ส่งแถลงการณ์ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวผ่านทางอีเมลว่า ฟีเจอร์เอไอดังกล่าว ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมในหัวข้อหรือโพสต์ที่พวกเขาสนใจ โดยคำตอบที่เอไอสร้างขึ้นนั้นจะอิงจากข้อมูลที่ผู้ใช้งานคนนั้นๆ มีสิทธิ์เข้าถึงอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยอมรับความผิดพลาดในครั้งนี้โดยระบุว่า “เราทำพลาดไปจริงๆ เพราะฟีเจอร์นี้ไม่ควรตั้งคำถามในลักษณะดังกล่าวกับผู้ใช้ตั้งแต่แรก และขณะนี้เราได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว”
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมตาซึ่งโดนฟ้องร้องเกี่ยวกับผลกระทบของแพลตฟอร์มโซเชียมีเดียต่อเด็กและเยาวชน โดยบริษัทถูกกล่าวหาว่าออกแบบแอปพลิเคชันของตนเพื่อกระตุ้นอาการเสพติดโซเชียลมีเดียในกลุ่มวัยรุ่น ยินยอมจ่ายเงิน 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 558,000 ล้านบาท) เพื่อยอมความและเป็นค่าปรับ รวมทั้งออกมาตรการจำกัดเวลาใช้งานโซเชียลมีเดียบนแพลตฟอร์มของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : tech.yahoo.com
เครดิตภาพ : IG / Kontheinside



