เมื่อเวลา 19.55 น. วันที่ 9 ก.ย. ที่รัฐสภานายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงความล่าช้าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระ 2-3 ว่า ตั้งแต่วันแรกเราได้มีการกำหนดกรอบพิจารณาจะเริ่มตั้งแต่ 09.00 น. จนถึง 01.00 น. ซึ่งที่ผ่านมาเราพยายามคุมเวลา แต่การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกตั้งแต่วันแรกเราตั้งใจให้ไปได้ 15-16 มาตรา ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้า ได้เพียงแค่ 13 มาตรา ส่วนวันที่ 2 มีเหตุการณ์ที่เพื่อนสมาชิกลงชื่ออภิปรายค่อนข้างมาก จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจ เพราะหลายฝ่ายย้อนกลับมาที่รัฐบาลว่ารัฐบาลจะตั้งใจจะยื้อเวลา ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ใช่เลย ในการอภิปรายรอบนี้เราเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคฝ่ายค้าน อภิปรายได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตลอด 2 วันที่ผ่านมาฝ่ายค้านใช้เวลารวมทั้งหมดมากกว่า 20 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาลใช้เวลาประมาณเกือบ 12 ชั่วโมง จะเห็นว่าฝ่ายค้านใช้เวลามากกว่ารัฐบาลเยอะมาก ถือเป็นเรื่องปกติ เราเข้าใจและเห็นใจฝ่ายค้าน เพราะจะใช้เวทีนี้ในการตรวจสอบรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจว่าเวทีนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายรัฐบาลมีประเด็นในพื้นที่มาก็ต้องการอภิปรายแสดงความคิดเห็นแทนชาวบ้านในพื้นที่ของเขาในการพิจารณางบประมาณ ดังนั้นเรื่องการบริหารเวลา ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล แต่ต้องช่วยกันในการบริหารเวลาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งตัวเลขที่ออกมาชัดเจนว่า เราให้เวลาฝ่ายค้านมากกว่าฝ่ายรัฐบาล 

“ถ้าจะบอกว่าฝ่ายรัฐบาลเป็นคนที่ยืดเยื้อทำให้การอภิปรายล่าช้า ต้องถามกลับว่าจะไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลอภิปรายเลยหรือ ซึ่งผมคิดว่าไม่มีใครคิดแบบนั้น ดังนั้นการที่มากล่าวร้ายว่ารัฐบาลเป็นคนที่ดึงเวลาไม่เป็นธรรมกับฝ่ายรัฐบาลเลย” นายกรวีร์ กล่าว

นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นในการพิจารณาวาระการประชุมในวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ย. ทั้งเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการรับทราบรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลบหนีไม่ได้อยู่แล้ว ในเพราะเรื่องค้างอยู่ในระเบียบวาระ และพวกเราพร้อมเดินหน้าเข้าสู่การพิจารณาทั้งสองเรื่องอยู่แล้ว ฝ่ายรัฐบาลเตรียมที่จะอภิปรายรายงานของ กกต. ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเองมีประเด็นที่อยากซักถาม และสะท้อนไปยัง กกต. ไม่น้อยไปกว่าฝ่ายค้าน 

“จะมองไปเป็นประเด็นการเมือง และคิดว่ารัฐบาลตั้งใจจะยื้อเวลา ด้วยข้อเท็จจริงเวลาที่ใช้อภิปราย ตอบชัดแล้วว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ส่วนเรื่องของการบรรจุระเบียบวาระถูกบรรจุไว้ในระเบียบของสภาฯไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมาพิจารณาอยู่แล้ว” นายกรวีร์ กล่าว

เมื่อถามว่า ข้อเสนอของฝ่ายค้านอยากให้วันที่ 10 ก.ย.มีการพิจารณาตามวาระปกติ และค่อยกลับมาพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. แทนนั้นจะผิดข้อบังคับการประชุมหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ถ้ามีเรื่องที่ค้างการพิจารณาอยู่ ซึ่งใน 3 วันนี้เป็นการนัดประชุมนัดพิเศษ ไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้น การพิจารณางบประมาณอาจจะยืดเยื้อไปได้ ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น ควรที่จะพิจารณาให้มันจบเป็นเรื่องๆไป แล้วจะกลับมาพิจารณาตามวาระปกติ ตนคิดว่าเพื่อนสมาชิกคงไม่ขัดข้อง ซึ่งการบรรจุระเบียบวาระเป็นเรื่องของประธานรัฐสภา ว่าเห็นควรแบบไหน ซึ่งขณะนี้คงไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จทั้ง 41 มาตราได้ ต้องดูประธานสภาว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงวาระหรือบรรจุวาระใหม่อย่างไร

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมองว่า กกต. มีการส่งสัญญาณมายัง สส. ให้ยืดเวลาการพิจารณาร่างงบฯถือเป็นการปกป้อง กกต. ไม่ให้ถูกอภิปราย นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่มีแน่นอน และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น กกต. เป็นองค์กรอิสระ รัฐบาลรวมถึงสภาไม่ได้มีหน้าที่กำกับดูแล หรือควบคุม เรื่องที่จะเข้ามาเป็นเรื่องรายงานของปี 67 และ68 ซึ่งทางฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะอภิปราย รัฐบาลโดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยก็มีประเด็นที่จะอภิปรายกับ กกต. เช่นกัน เพราะฉะนั้น เรื่องมากล่าวหาแบบนี้ ตนอยากเห็น เอาหลักฐานมาเลย นายกรวีร์หรือไม่ หรือใครจะได้ให้เกิดความชัดเจน ไม่ใช่มา กล่าวหา และพูดลอยๆ ทำให้เกิดความเสียหายกับคนอื่นแบบนี้