เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ภายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีการหยิบยกว่า มี 4 กระทรวง รวมกระทรวงสาธารณสุข มีเงินนอกงบประมาณ 4 ล้านล้านบาท แต่ในปี 2570 หน่วยงานรัฐที่เป็นเจ้าของเงินส่งเข้าสมทบงบประมาณเพียง 95,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.5% เท่านั้น จึงขอร่วมมือกันกำหนดมาตรการดึงเงินส่วนนี้มาใช้ประโยชน์ เพื่อลดภาระทางการคลัง
นายพัฒนา กล่าวว่า เงินนอกงบประมาณ ไม่ได้หมายความว่า มีอิสระในการใช้เงินทำอะไรก็ได้ แต่มีระเบียบในการนำไปใช้ รวมถึงมีระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง และมีกระบวนการตรวจสอบได้เหมือนเงินงบประมาณ
ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตนได้ตอบนายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในสภาไปแล้ว โดยได้อธิบายว่า เงินที่กระทรวงสาธารณสุขได้รับมี 2 ส่วน คือ เงินงบประมาณที่ใช้ในกรมต่างๆ และอีกอย่างคือ เงินจาก UC นำไปให้บริการดูแลประชาชนในรพ. ส่วนเงินนอกงบฯ เราใช้จ่ายกับการรักษาผู้ป่วย และใช้เป็นค่าจ้างเพิ่มเติมสำหรับบุคลากรที่ไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชการ ทั้งนี้ปัจจุบันเงินบำรุงลบหนี้สินหลังโควิด มีถึง 50,000 ล้านบาท แต่ปีที่แล้วลดลงเหลือประมาณหมื่นล้านบาท ล่าสุดขยับขึ้นเป็น 1.5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตามรายงาน รพ.สังกัด สธ. มีทั้ง รพ.ติดลบ และ รพ.เป็นบวก
เมื่อถามว่าตัวเลข 4 ล้านล้านบาทที่นายวีระหยิบยกในสภาคืออะไร นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจ แต่ถ้าเงินนอกงบฯ ของ สธ. เป็นเงินบำรุงที่ไว้รักษาผู้ป่วย
ถามย้ำว่ายืนยันได้หรือไม่ว่า ไม่สามารถเรียกคืนเข้าคลังได้ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า กระทรวงการคลังมีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว และเมื่อได้ชี้แจงแล้วว่า เป็นเงินบำรุงที่ไว้ใช้รักษาผู้ป่วย มีความจำเป็นต้องใช้ ก็ไม่ยึดคืนแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถาม รมว.สธ.ว่า กังวลหรือไม่ ขนาดคนในสภา ยังมองว่า กระทรวงสาธารณสุขมีงบเหลือ ทั้งที่เป็นกระทรวงให้บริการดูแลรักษาสุขภาพประชาชน และเหมือน กมธ.ยังไม่เข้าใจบริบทการใช้งบของสาธารณสุข นายพัฒนา กล่าวว่า ก็หากมีข้อมูลถามมา กระทรวงสาธารณสุข ก็พร้อมชี้แจง.



