เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ในคดีที่ นายเมธา มาสขาว รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

โดยนายเมธา กล่าวอ้างว่า การกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเลขาธิการ กกต. ในการกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่มีการใส่รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) เป็นการจงใจทำเครื่องหมายไว้ที่บัตรเลือกตั้งเพื่อสังเกตได้ระหว่างต้นขั้วและตัวบัตร ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จึงขอให้ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 มาตรา 96 และเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. พ.ศ. 2560 มาตรา 69 อันส่งผลให้บัตรเลือกตั้งดังกล่าวเป็นบัตรเสียทั้งหมด และทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง และไม่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำดังกล่าว โดยสิ่งที่ยื่นมาเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้องเท่านั้น จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง

นอกจากนี้ ในประเด็นการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งและความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. นั้น ผู้ร้องสามารถใช้สิทธิผ่านช่องทางศาลอื่นได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม ซึ่งเป็นกรณีที่กฎหมายได้กำหนดกระบวนการหรือผู้มีสิทธิยื่นคำร้องไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (2) ศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาตามมาตรา 46 วรรคสาม ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ได้