เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่รัฐสภา นายยอดชาย พึ่งพร สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว แถลงข่าวว่า คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวได้ประชุมเพื่อพิจารณาการตรวจสอบแนวทางการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจและการประกอบอาชีพของชาวต่างชาติ ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย โดยเชิญผู้แทนจาก กรมการปกครอง กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจ กรมการจัดหางาน กรมการท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เข้าร่วมให้ข้อมูล ซึ่งที่ประชุมให้ความสำคัญกับสถานการณ์ชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนัก ลงทุน ประกอบธุรกิจ และทำงานในเมืองท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้คนไทยเป็นนอมินีโครงสร้างนิติบุคคลเพื่ออำพราง หรือควบคุมกิจการ ผู้ที่ได้รับประโยชน์แท้จริง การถือครองและใช้ประโยชน์ในที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตในอาชีพที่ห้าม หรือจำกัดสำหรับคนต่างด้าว ซึ่งอาจส่งผลต่อผู้ประกอบการไทย ในการประกอบอาชีพของประชาชน และการจัดเก็บรายได้ของรัฐ

​นายยอดชาย กล่าวอีกว่า สำหรับเมืองพัทยามีความเกี่ยวข้องเรื่องนอมินี ซึ่งทาง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ปราบนอมินีเฟสที่ 4 ซึ่งมีบริษัทนิติบุคคลที่เข้าข่ายเป็นนอมินีราว 14,000 กว่านิติบุคคล โดยมีการบูรณาการร่วมกันหลายฝ่าย นอกจากนี้หนึ่งในกลไกสำคัญคือ ไทยเทา ถือว่าเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจของเรามีปัญหา แผ่นดินแม่ของเราสูญเสียไปเท่าไหร่แล้ว ไทยเทาถือเป็นมหันตภัยร้ายที่ต้องเร่งจัดการ และนอกจากปัญหานอมินีคือการถือครองที่ดินแทน ด้วยการสวมบัตรประชาชน ซึ่งการทำเช่นนั้นได้ไม่ต่างอะไรกับคนไทย เพราะในการทำธุรกรรมต่างๆ เขาคือคนไทย ซึ่งเราอาจสูญเสียดินแดนและเศรษฐกิจ รวมถึงรายได้ของรัฐ

​ด้านนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมีการตรวจสอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงหรือเข้าข่ายนอมินี ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจนำเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร อสังหาริมทรัพย์ หรือพูลวิลล่า ซึ่งจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่ประชุมกรรมาธิการจึงให้ความสำคัญ เกี่ยวกับกรณีข่าวการกล่าวอ้างถึงพื้นที่ ชาบาด ในพื้นที่อำเภอป่าตอง ซึ่งมีหลายหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ รมช.มหาดไทยได้ลงไปตรวจสอบ ได้รับคำกล่าวอ้างมาว่าเป็นพื้นที่ของดินแดนอิสราเอล จึงได้มีการตรวจสอบพื้นที่ชาบาด และในวันที่ 11 ก.ย. นี้ จะมีการรวมตัวจัดงานของชาวยิวในพิธีล้างบาป

​“ทางพื้นที่และผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ขาดความสนใจและใส่ใจประชาชนในพื้นที่ กลับมีการเอื้อประโยชน์จัดเจ้าหน้าที่ดูแลงานชาบาดที่จะมีชาวยิวมาร่วมงานพันกว่าคน และอาจมีการจัดม็อบของประชาชนในพื้นที่ ที่ต่อต้านการทำพิธีกรรมทางศาสนา วันนี้ทางกรรมาธิการยินดีหากท่านมาท่องเที่ยวเยี่ยมชมธรรมชาติ ไม่มาแย่งงานทำธุรกิจนอมินี ดังนั้นชาวต่างชาติต้องเคารพประเพณีวัฒนธรรมของประเทศไทย” นายเฉลิมพงศ์ กล่าว

​นายเฉลิมพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการตรวจสอบธุรกิจต่างชาติ ควรมีการพิจารณาถึงแหล่งเงินทุนและผู้ควบคุมกิจการ ผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง รวมถึงปัญหาต่างด้าวทำผิดกฎหมาย การลักลอบทำหน้าที่มัคคุเทศก์ มีการทำธุรกิจท่องเที่ยวแบบครบวงจร ซึ่งอาจทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวหมุนเวียนภายในเครือข่ายเดียวกัน อาจเป็นการทำธุรกิจแบบศูนย์เหรียญ จึงควรมีการตรวจสอบโครงสร้างธุรกิจและเส้นทางรายได้ จากการบันทึกรายได้และการเสียภาษี เพื่อพัฒนาธุรกิจในพื้นที่ให้ได้อย่างเหมาะสม

​ทั้งนี้ กมธ.การท่องเที่ยวมองว่า ควรแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเข้าเมือง การประกอบธุรกิจ การตรวจสอบผู้ถือหุ้นและแหล่งเงินทุน การถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ พร้อมบูรณาการตรวจสอบเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยยึดข้อมูลหลักฐานข้อเท็จจริงในการรายงานเพื่อรักษาความเป็นธรรมในการแข่งขัน แบบไม่กระทบชาวต่างชาติที่มาพำนักหรือทำธุรกิจแบบถูกต้องตามกฎหมาย