สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ว่ารัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้ยกเลิกระยะผ่อนผัน 60 วัน สำหรับแรงงานต่างชาติที่ถือวีซ่าทำงานชั่วคราวและเพิ่งสูญเสียงาน รวมถึงผู้ถือวีซ่า เอช-1บี ซึ่งปัจจุบันยังสามารถอยู่ในสหรัฐเพื่อหานายจ้างรายใหม่ได้


ร่างกฎของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐระบุว่า ผู้ถือวีซ่าดังกล่าวอาจต้องเดินทางออกจากประเทศทันที เมื่อการจ้างงานสิ้นสุดลง มาตรการนี้อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งพึ่งพาแรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอินเดียและจีน


รัฐบาลสหรัฐยอมรับว่า บริษัทอาจเผชิญความติดขัดในการบริหารบุคลากร แต่เห็นว่าตำแหน่งงานเหล่านี้สามารถเปิดรับแรงงานอเมริกันที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้ หรือแรงงานต่างชาติอาจยื่นคำร้องขอวีซ่าใหม่ หากนายจ้างยังต้องการจ้างงาน


อนึ่ง ระยะผ่อนผัน 60 วันเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2560 เพื่อให้แรงงานต่างชาติมีเวลาหางานใหม่ หรือจัดการภาระส่วนตัว เช่น ขายบ้าน และย้ายบุตรออกจากสถานศึกษา


ด้านนักกฎหมายด้านการย้ายถิ่นวิจารณ์ว่า นโยบายนี้จะสร้างภาระต่อแรงงานและครอบครัว รวมถึงลดเวลาที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องจัดการกรณีเลิกจ้างพนักงานต่างชาติ


ทั้งนี้ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ จะเปิดรับฟังความเห็นจากสาธารณชนเป็นเวลา 2 เดือนก่อน หากมีผลบังคับใช้ กฎใหม่จะครอบคลุมผู้ถือวีซ่าหลายประเภท เช่น อี-1 ( E-1 ) แอล-1 ( L-1 ) โอ-1 ( O-1 ) และทีเอ็น ( TN ) รวมถึงวีซ่าสำหรับแรงงานจากสิงคโปร์ ชิลี และออสเตรเลีย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES