รุงเทพมหานคร(กทม.) จึงมีนโยบายในการดูแลต้นไม้ให้ถูกวิธีตามหลักรุกขกรรม รวมทั้งสำรวจข้อมูลต้นไม้ที่ถูกปลูกในเมืองหลวงทั้งหมดเก็บเป็นฐานข้อมูล “ต้นไม้มรดกกรุงเทพฯ” กำหนดวิธีดูแล ตัดแต่งกิ่ง รวมถึงเป็นการอนุรักษ์ต้นไม้ให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้

• ทำไมต้องมีต้นไม้มรดกกรุงเทพฯ

นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯกทม.  เปิดเผยถึงนโยบายดังกล่าวว่า กทม.เดินหน้ายกระดับพื้นที่สีเขียว จากการเพิ่มจำนวนต้นไม้ใหม่สู่การเพิ่มคุณค่าและรักษาทรัพยากรเดิม  “ต้นไม้มรดกกรุงเทพมหานคร” จึงเป็นโครงการสำรวจต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีคุณค่าต่อเมือง ทั้งด้านการให้ร่มเงา คุณค่าทางสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนระบบนิเวศ พร้อมจัดทำฐานข้อมูลและพิกัดต้นไม้อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งสวนสาธารณะ พื้นที่สาธารณะ ริมถนน และพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการอนุรักษ์และบริหารจัดการในระยะยาว

“เราต้องการที่จะรู้ว่าในกรุงเทพฯทั้งหมด มีต้นไม้กี่ต้นที่นับว่าเป็นต้นใหญ่ ต้นไม้ไหนที่อยู่ในระบบ หรือฐานข้อมูลของการเป็นต้นไม้มรดก ก็จะมี EIA ของต้นไม้ หากใครจะตัดหรือมาทำอะไรกับต้นไม้เราก็จะทราบ เราอยากให้การตัดแต่งต้นไม้ในกรุงเทพฯ เป็นไปได้อย่างมาตรฐาน กทม.มีต้นไม้เดิมอยู่มาก ต้นไม้ที่มีความสวยงามให้ประโยชน์กับประชาชนมายาวนานเราก็ต้องดูแลรักษาต้นไม้เหล่านี้” 

•กำหนดนิยาม-จ่อเคาะเกณฑ์

สำหรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณว่าต้นไม้ใดเข้าข่าย”ต้นไม้มรดกกรุงเทพฯ” นั้น นายพรพรหม ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สามารถดูด้วยกายภาพได้มากที่สุด โดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและภาคีเครือข่าย อาทิ ผู้แทนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมป่าไม้ มูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่ และกลุ่ม We!Park  

รวมทั้งได้พิจารณากำหนดนิยาม “ต้นไม้มรดกแห่งกรุงเทพมหานคร” (BMA Heritage Trees) ว่าหมายถึง ต้นไม้ทรงคุณค่าที่เจริญเติบโตในพื้นที่สาธารณะในเขตกรุงเทพมหานคร มีคุณลักษณะโดดเด่นด้านกายภาพ (ขนาดและอายุ) นิเวศวิทยาเมือง หรือมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และชุมชน สมควรได้รับการคุ้มครอง ดูแลรักษาด้วยหลักรุกขกรรมสากล และบันทึกไว้ในฐานข้อมูลเมืองเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน 

ส่วน(ร่าง) หลักเกณฑ์การคัดเลือกต้นไม้มรดกนั้น ขณะนี้มีกำหนดเกณฑ์ในการประเมินเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1. ด้านกายภาพ อาทิ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นตั้งแต่ 60 ซม.ขึ้นไป คาดการณ์อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือเป็นไม้ดั้งเดิม สุขภาพแข็งแรงปลอดภัยตามหลักรุกขกรรม มีพื้นที่ผิวหน้าดินและแนวเขตปกป้องต้นไม้ (Tree Protection Zone: TPZ) เพียงพอ และมีความปลอดภัยต่อโครงสร้างเมืองและระบบสาธารณูปโภค  

2. ด้านคุณค่าอื่นๆ อาทิ ความหายาก-พฤกษศาสตร์ (พืชถิ่นเดียว หรือเสี่ยงสูญพันธุ์)/ ด้านประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม (เชื่อมโยงเหตุการณ์ วิถีชีวิต หรือความเชื่อชุมชน) และด้านภูมิทัศน์-สุนทรียภาพ

“การเข้าเกณฑ์เป็นต้นไม้มรดกนั้น เบื้องต้นทางด้านกายภาพมีกำหนดไว้ 6ข้อ ต้องผ่านอย่างน้อย4ข้อ  ส่วนอีกเกณฑ์ ความสําคัญด้านความหายากและพฤกษศาสตร์ /ความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม / ความสำคัญด้านภูมิทัศน์ สุนทรียภาพ นั้นขอเป็น 1 ใน3 ที่เข้าหลักเกณฑ์ แต่ทั้งนี้หลักเกณฑ์ต่างๆอยู่ระหว่างปรับปรุงายละเอียดอีกเล็กน้อยให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ออกสำรวจนั้นสามารถประเมินได้ด้วยสายตา และไม่จําเป็นต้องเป็นรุกขกร ก็สามารถทำได้  หลังจากนี้จะมีการนัดประชุมทั้ง 50 เขต เพื่อให้เริ่มดำเนินการสำรวจ “

•สำรวจทำDatabase บริหารจัดการง่าย ใครจะตัดต้นไม้ยื่นเอกสารก่อน

นายพรพรหม ยังระบุถึงแนวทางบริหารจัดการและคุ้มครองต้นไม้หลังทำการสำรวจโดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ  ระยะที่ 1 จัดทำฐานข้อมูลต้นไม้ Tree Inventory ขึ้นทะเบียนต้นไม้ที่มีเส้นรอบวงตั้งแต่ 60 ซม. ขึ้นไป สร้างมาตรฐานการตัดแต่ง และเปิดข้อมูลสู่สาธารณะให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ ส่วน ระยะที่ 2 ทำการประกาศขึ้นทะเบียน Heritage Tree List โดยกำหนดให้การตัดแต่ง ล้อมย้าย หรือโค่นต้นไม้มรดกทุกต้น ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักสิ่งแวดล้อม เท่านั้น  รวมถึงควรจะต้องยกระดับผู้รับจ้างที่จะมาตัดต้นไม้นอกจากจะมีการอบรมแล้วควรจะต้องมีใบcertificate ของรุกขกรอีกด้วย 

 “การสำรวจต้นไม้มรดกในครั้งนี้ ในเฟสแรกจะเป็นการสำรวจต้นไม้ทั้งหมด ทั้งที่อยู่ในส่วนสาธารณะ พื้นที่สาธารณะ และที่ปลูกอยู่ริมถนน สําหรับต้นไม้ที่อยู่ในสวนไม่ค่อยน่าเป็นห่วง เพราะจะมีเจ้าหน้าที่รุกขกรคอยดูแลเวลาตัดแตงกิ่งอยู่แล้ว แต่ต้นไม้ที่มีปัญหาส่งผลกระทบต่อจิตใจของประชาชน ก็คือต้นไม้ที่อยู่ริมถนนที่เป็นต้นสาธารณะ ดังนั้นเมื่อเรารู้จักต้นไม้ รู้ตำแหน่ง รู้อายุ จะทำให้การดูแลตามหลักรุกขกรรมเป็นไปได้ง่ายขึ้น อีกทั้งปัจจุบัน กทม.มีเจ้าหน้าที่รุกขกรที่ผ่านการอบรมและมีใบรับรอง 33 คน กระจายอยู่ตามสำนักงานเขตและสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งรุกขกร จะทำหน้าที่เป็นเหมือนหมอต้นไม้ เวลาต้นไม้มีปัญหา ก็จะเข้ามาดูรายละเอียดให้คำแนะนำในการดูแล เป็นไปตามหลักวิชาการ รักษาทรงพุ่ม ร่มเงา และคุณค่าของต้นไม้ไว้ให้มากที่สุด เพราะต้นไม้คือทรัพย์สินของเมือง” 

ทีมข่าวชุมชนเมือง รายงาน