“สิ่งที่เราพยายามทำให้เด็กได้เรียนรู้ว่า นี่ไม่ใช่แค่ป่า นี่ไม่ใช่แค่น้ำ นี่ไม่ใช่แค่ฝาย แต่นี่คือ บ้านของเขา ชุมชนของเค้า ให้เขามีพลังในการดูแลต่อจากพ่อแม่ เราได้เชื่อมการเรียนรู้บทเรียน เพื่อให้เด็กได้ค้นหาคำตอบว่า การรักบ้าน รักษ์ป่า ดีต่อพวกเขาอย่างไร มาดูว่า เราจะหยั่งรากลงไปให้ตัวเด็กได้อย่างไร ไม่ใช่สอนให้เด็กแค่ท่องจำ แต่เปิดโอกาสให้เขาลงพื้นที่จริง ได้สัมผัส ได้สงสัย ได้ลงมือทำ ได้สะท้อนสิ่งที่เรียนรู้ ให้เขาเห็นคุณค่าของป่าไม้ ได้เห็นคุณค่าที่ป่าไม้มีต่อชุมชน ได้เห็นคุณค่าของตัวเขาเองว่า เขาได้ช่วยให้ชุมชนที่เป็นบ้านของเขาดีขึ้นได้อย่างไร” รองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในฐานะกรรมการ และเหรัญญิก มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เล่าให้ฟังระหว่างเปิดโครงการ SET คู่ป่า คู่คน เพื่อความยั่งยืน และโครงการรักบ้าน รักษ์ป่า ที่จังหวัดลำปาง

ทำภาพให้เห็นชัด
นอกจากนี้ “รองรักษ์” ยังได้ทำการจำลอง 3 สถานการณ์ให้เห็นภาพจริง เปรียบเทียบช่องแรกระหว่างพื้นที่ที่ไม่มีป่า ไม่มีฝายเลย, ช่องสอง มีป่าเล็กน้อย มีฝาย, ช่องสาม ป่าขึ้นอุดมสมบูรณ์ โดยใช้น้ำในปริมาณเท่ากัน เทพร้อมกันพบว่า ช่องแรก น้ำไหลลงมาพร้อมกับดินพรวดเดียวอย่างแรงกวาดทุกอย่างลงมาหมด สีของน้ำเป็นสีน้ำตาลเข้ม, ช่องสอง ค่อย ๆ ไหลลงมา เนื่องจากมีฝาย สีของน้ำเป็นสีน้ำตาลอ่อน ส่วนช่องที่สาม น้ำไหลลงมาช้ามาก เพราะมีป่าคอยดูดซับเป็นบับเบิลให้น้ำที่ค่อย ๆ ไหลลงมาสีค่อนข้างใส
เป็นตัวอย่างให้คนในพื้นที่ ให้เด็ก ได้เรียนรู้สถานการณ์ให้เขาเห็นถ้าชุมชนไม่มีป่า ที่คอยซับน้ำ หรือมีฝายที่คอยชะลอน้ำ อะไรจะเกิดขึ้น เปรียบให้เขาเห็นเหมือนกรณีที่เกิดล่าสุดที่จ.น่าน น้ำไหลมาโดยไม่มีป่า ไม่มีฝายไหลบ่าลงมาพรวดเดียว เกิดความเสียหายที่รุนแรงกว่าพื้นที่ที่มีป่า มีฝาย ให้เขาได้เห็นภาพที่เกิดขึ้นจริง

“รองรักษ์” ได้เล่าถึงโครงการที่ มูลนิธิตลท. ร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนการส่งเสริมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน โดยใช้แนวคิด “ผสานพลังความร่วมมือเพื่อสังคมที่ดีกว่า” ล่าสุดได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนโครงการสำคัญในจังหวัดลำปาง คือ โครงการ “SET คู่ป่า คู่คน เพื่อความยั่งยืน” โดยร่วมกับสมาคมเพื่อการเรียนรู้ป่าชุมชนจังหวัดลำปาง และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด ในการสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ 10,993 ฝาย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
รวมถึง โครงการ “รักบ้าน รักษ์ป่า” โดยร่วมกับ สถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป และ มูลนิธิป่าชุมชนลำปาง ส่งเสริมเยาวชนในสถานศึกษาทั้งระดับปฐมวัย ประถม และมัธยมศึกษา เรียนรู้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบนฐานการ พัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า หรือ Executive Function (EF) เป็นการพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตให้เป็น ไม่ใช่การท่องจำ ถือเป็นการสร้างเกราะป้องกันให้ชุมชนพร้อมรับมือกับวิกฤติสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
“ทั้ง 2 โครงการนี้เป็นต้นแบบสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการเชื่อมโยงทรัพยากรธรรมชาติกับวิถีชีวิต เพื่อให้เด็กและชุมชนมีความรับผิดชอบและพร้อมร่วมกันดูแลอย่างรู้คุณค่าต่อไป”

เด็กเห็นป่าเป็นบ้านของเรา
ครูอิ่มเอม จ๊ะเป็น ครูโรงเรียนบ้านสามขา จ.ลำปาง เล่าว่า หลังจากพาเด็ก ๆ ได้เข้าร่วมโครงการพบว่า พฤติกรรมเด็กได้เปลี่ยนไป หลังจากได้ให้ความรู้เด็ก ๆ เขาจะเริ่มเปลี่ยนจากผู้รับความรู้อย่างเดียว กลายเป็นผู้สังเกต ผู้ตั้งคำถาม และลงมือเป็นผู้ดูแลธรรมชาติด้วยตัวเอง เวลาไปที่ไหน เขาเห็นขยะในชุมชน จะเริ่มเก็บเอง จากเดิมต้องรอครูสั่ง เห็นน้ำเปิดทิ้งไว้ เขาก็เริ่มปิดเอง เพราะเด็ก ๆ บอกน้ำมาจากป่าไกลมาก เป็นตัวชี้ว่า แนวคิดการอนุรักษ์ป่า เริ่มเข้าไปในวิถีชีวิตของเด็ก ๆ แล้ว เริ่มส่งต่อบอกพ่อแม่ บอกเพื่อน ๆ ในหมู่บ้าน สิ่งที่น่าประทับใจที่สุด เด็กเริ่มใช้คำว่า “บ้านของเรา” เมื่อพูดถึงป่า น้ำ ห้วย ฝาย เขารู้สึกหวงแหน เพราะเขารู้ว่า ถ้าไม่มีป่า ไม่มีน้ำ เขาก็จะเดือดร้อนไปด้วย

เรียนรู้วิกฤติจากอึ่ง 2 ตัว
ครูกอล์ฟ-ศิริยาภรณ์ ตุ้ยเต็มวงศ์ ครูโรงเรียนบ้านผาแมว จ.ลำปาง ระบุว่า เวลาสอนนักเรียน จะทำให้เด็กรู้ว่า ถ้าเกิดวิกฤติแล้วเป็นอย่างไร ยกตัวอย่างมีนักเรียน ซึ่งปกติอยู่กับแม่เลี้ยงเดี่ยว 2 คน ที่บ้านค่อนข้างอัตคัด มาเล่าให้ฟัง เขาเข้าป่าไปกับแม่ จับอึ่งมาได้แค่ 2 ตัว จะขายก็ไม่พอขาย ต้มกินเองก็ไม่ค่อยอิ่ม ต้องมาหาอะไรกินที่โรงเรียน จากปกติเขาจะหาได้อึ่งหลายตัว นำไปขายหารายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้ แต่นี้จะกินเองยังไม่พอ ครูเลยสอนให้เด็กรู้ว่า ถ้าปกติป่าชุก ๆ อึ่งก็จะหาได้หลายตัว แต่นี่ป่าถูกทำลาย อึ่งก็จะหายาก สอนให้เขารู้ถึงความวิกฤติ แล้วจะทำยังไงให้รักษา ให้ฟื้นฟูขึ้นมา ไม่ได้หวังว่า รักษาวันนี้แล้วมันจะหายวันนี้ พรุ่งนี้ มันต้องใช้เวลา ทำให้เขามีจิตสำนึก สอนให้รู้ว่า ถ้าเผาป่า ไม่ดูแลป่า วิกฤติจะเป็นอย่างไร อะไรเกิดขึ้นกับหมู่บ้านเราบ้าง สอนให้เขารู้ ถ้ามีเผาป่า มีไฟ มีหมอกควัน ไม่มีป่า ฝนก็ไม่ตก ไปตกที่อื่น พอฝนไปตกที่อื่น สัตว์ป่า ของป่า ก็จะไปอยู่ที่อื่นด้วย
“เราก็ถามเขา ทำยังไงให้ฝนตก เด็ก ๆ ก็จะช่วยกันคิดค้นวิธี หาวิธีมา เคยมีคนถามครูว่า ถ้าเด็กเอาไปขยายให้ผู้ใหญ่ แล้วผู้ใหญ่ไม่ฟัง จะเกิดอะไรขึ้น ครูกอล์ฟก็เลยบอกว่า ผู้ใหญ่ไม่เป็นไร เราจะปลูกให้เด็ก ปลูกจากเด็ก ให้เด็กงอกใบอ่อนมา จนแตกเป็นต้นไม้ จะดีกว่าไปหักต้นไม้ใหญ่ ตอนนี้เวลาเด็กไปหาของป่ากับพ่อแม่ เด็กจะพกถุงไปเก็บขยะออกมาด้วย แล้วเด็กก็จะมาเล่าให้ฟังว่าวันนี้เก็บขยะได้หลายชิ้นเลย เขาจะมีความภูมิใจที่เขามีส่วนช่วยการดูแลป่าที่เหมือนพื้นที่บ้านของเขา”
“สุภาวดี หาญเมธี” ประธานสถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป กล่าวว่า ได้ต่อยอดการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า กับการสร้างสำนึก “รักบ้าน รักษ์ป่า” ด้วยการส่งเสริมครูให้เข้าใจองค์ความรู้ฐานราก 3 มิติ (Self + EF + พัฒนาการ ) ในการพัฒนาเด็ก และนำไปต่อยอดพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามบริบทพื้นที่ของตน ให้เด็กเรียนรู้จากพื้นที่จริง ลงมือทำจริง และสร้างเจตคติที่ดีต่อชุมชนและธรรมชาติแวดล้อม ผลลัพธ์พบว่าเยาวชนทุกระดับมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะ EF และจิตสำนึก เป็นการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับการดูแลทรัพยากรในชุมชนได้จริง และรู้คุณค่าของทรัพยากรในท้องถิ่นของตน.



