นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน ว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อพิจารณาโครงการสำคัญ 2 โครงการใหญ่ ได้แก่ โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และโครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟทอปภาคประชาชนของกระทรวงมหาดไทย เมื่อผ่านความเห็นชอบก็จะเสนอให้ ครม.พิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการโซลาร์รูฟทอปนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอรายละเอียดข้อเสนออย่างเป็นทางการจากกระทรวงมหาดไทย เพื่อใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน ส่วนที่สอง สำหรับเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานในประเทศมาดำเนินการ
ส่วนโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส นั้น จะใช้วงเงินจากกู้ก้อนที่ 1 ซึ่งเป็นงบประมาณที่เน้นการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้สรุปรายละเอียดและเตรียมเสนอเรื่องเข้ามา คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ก็พร้อมที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาอนุมัติทันทีเพื่อความรวดเร็ว ซึ่งคาดจะพิจารณาได้เรียบร้อยภายในสัปดาห์หน้า
นายลวรณกล่าวความคืบหน้าการจัดทำมาตรการบัญชีการออมเพื่อการลงทุนแบบบัญชีเดียว หรือ ทิสา ล่าสุดมีความชัดเจนไปแล้วกว่า 90% โดยหลักการสำคัญได้ตกลงไปเรียบร้อยแล้ว และเหลือเพียงการประชุมเพื่อสรุปตัวเลขการได้สิทธิลดหย่อนขั้นสุดท้ายให้มีความสอดคล้องและตรงตามเป้าหมายของทุกฝ่าย และคาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดทั้งหมดและนำเสนอเพื่ออนุมัติได้ภายในช่วงเดือนก.ย.นี้
“ความชัดเจนตอนนี้ไป 90% กว่าแล้ว รอประชุมอีกครั้งหนึ่งก็น่าจะจบ ขั้นตอนที่เหลือจะเป็นการพิจารณาในรายละเอียดตัวเลขวงเงินลดหย่อนภาษี เพื่อดูความเหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน หลักการคงไม่เปลี่ยนอะไรแล้ว เหลือแค่ดูตัวเลข”
สำหรับการออกแบบโครงสร้างทิสานั้น จะเป็นการรวมบัญชีการออมและการลงทุนให้อยู่ภายใต้รูปแบบเดียวกัน เช่น จากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (พีวีดี) และไทยอีเอสจี เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการออมและการลงทุนได้อย่างสะดวก มีประสิทธิภาพ และได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม



