เมื่อวันที่ 11 ก.ย. นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน โพสต์เฟซบุ๊กว่า วันนี้ขอเปิดหลักฐานจากการตรวจสอบไต่สวนของคณะกรรมการกลาง คณะที่ 26 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของคณะทำงานของ กกต. และ DSI เอกสารจากแฟ้มที่ 4 หน้าที่ 1,061 เป็นการเปิดเผยข้อมูลของพยานรายหนึ่ง ซึ่งให้ต่อคณะกรรมการกลางคณะที่ 26 โดยเปิดเผยที่มาของการทำโพยฮั้ว มีนักการเมืองหนุ่มดาวรุ่งพุ่งแรงคนหนึ่งเป็นตัวต้นคิด และมีใครเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ใครเป็นผู้สนับสนุน เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง มีการกำหนดสเปกของบุคคลที่จะมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาเอาไว้ด้วย
ในเอกสารที่นายวีระโพสต์ มีข้อความว่า “ข้าราชการระดับสูงและได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว. แต่ไม่ได้รับเลือก ให้ถ้อยคำอ้างว่า วันที่ 24 มิถุนายน 2567 ก่อนวันเลือก สว.ระดับประเทศ พยานได้รับทราบจากอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาที่ผ่านการเลือกระดับจังหวัดมาแล้วจำนวน 3 คน เล่าให้ฟังว่า “เขาลงตัวกันหมดแล้วครับนาย มีการจ่ายค่าสมนาคุณไปหมดแล้ว คงขยับอะไรลำบาก” ต่อมาพยานจึงได้ติดตามคำบอกเล่าดังกล่าว ได้เห็นความผิดปกติของการลงคะแนนในบัตรเลือกที่มีลักษณะคล้ายกันจำนวนมาก หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว พยานได้รับทราบจากอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาที่เล่าให้ฟังถึงที่มาของการจัดทำโพยฮั้ว
แกนนำในคณะทำงานในขบวนการจัดทำโพยมีหมายเลขประจำตัวผู้สมัครที่จัดทำไว้ล่วงหน้า หรือเลขชุด หรือบล็อกโหวต แกนนำบล็อกโหวต (โพยฮั้ว) ชื่อต่าย เป็นผู้ช่วย สส. และมีผู้ถูกร้องในสำนวนของกรรมการชุดที่ 26 คนหนึ่งเป็นหัวหน้าขบวน เคยประชุมหารือวางแผนว่า ทำอย่างไรให้พรรคได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในครั้งต่อไป โดยให้มีแต่คนที่จะเข้ามาอยู่กับพรรค และทำอย่างไรให้พรรคสามารถควบคุมศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระเช่น กกต. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้น
จึงมีการหารือกันว่า ทำอย่างไรให้การเลือกวุฒิสภาในเดือนมิถุนายน 2567 พรรคได้ สว. เกิน 120 คน คณะทำงานจึงเริ่มศึกษาและวิเคราะห์ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และได้ปรึกษากับนาย จากนั้น นายไปปรึกษากับนายใหญ่ นายใหญ่จะพูดเปิดทางในเวลาลงพื้นที่ที่มีประชุมระดับหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอและจังหวัด เพื่อขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภออำนวยความสะดวก ซึ่งพรรคต้องหาคนลงสมัครทุกอำเภอ ทุกกลุ่มอาชีพ เพื่อเป็นหลักประกันว่า คนที่ได้รับเลือกเข้าไปได้เป็นคนของพรรค โดยพรรคมีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้สมัครตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ซึ่งคณะทำงานติดตามความเคลื่อนไหวว่า สส. ของพรรคในพื้นที่กระตือรือร้นหรือไม่ โดยมีการกำหนดโควตาจำนวน สว. ของแต่ละจังหวัดผ่านความกระตือรือร้น และอาจเปลี่ยนแปลงรายชื่อเป็นระยะโดยความเห็นชอบของนายใหญ่
ลักษณะของผู้สมัครที่คณะทำงานต้องการ คือ เป็นคนยืดหยุ่น คุยกันรู้เรื่องง่าย เพื่อใช้มติเรื่องใดต้องขอได้ สั่งได้ ต้องไม่เป็นคนตงฉิน แต่งอได้ตามสถานการณ์แล้วแต่นายใหญ่ เพราะพรรคต้องการควบคุมองค์กรอิสระได้ เมื่อนายใหญ่เห็นชอบแล้วจึงไปเอาหมายเลขประจำตัวผู้สมัครของผู้ที่ผ่านระดับจังหวัดมาจัดทำโพย เมื่อโพยฮั้วระดับประเทศเสร็จแล้ว จากนั้นส่วนใหญ่จะไปสัมมนาต่างจังหวัดและรีสอร์ทต่างๆ ในวันที่ 23-25 มิถุนายน 2567




