สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงราบัต ประเทศโมร็อกโก เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ว่า ผู้อพยพมากกว่า 70,000 คน เดินทางข้ามพรมแดนจากโมร็อกโกเข้าสู่เมืองเซวตา ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสเปนต่อทั้งรัฐบาลราบัตร และนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน

แม้ผู้อพยพส่วนใหญ่กลับประเทศไปแล้ว แต่องค์กรอิสระ (เอ็นจีโอ) หลายแห่งระบุว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นของสเปนระบุว่า ผู้อพยพหลายพันคน รวมถึงเด็กที่ไม่มีผู้ปกครอง ยังคงอยู่ในเมืองเซวตา อาศัยอยู่ในค่ายพักชั่วคราว หรือตามท้องถนนและบนชายหาด ทำให้เกิดการประท้วงเกือบทุกวันโดยประชาชนที่โกรธเคืองต่อการจัดการวิกฤติของรัฐบาลสเปน

ด้านพรรคฝ่ายค้านของสเปน พุ่งเป้าโจมตีความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลของซานเชซกับโมร็อกโก และกล่าวหาว่ารัฐบาลราบัตอำนวยความสะดวก หรือวางแผนการอพยพข้ามพรมแดนดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศโมร็อกโก ระบุในแถลงการณ์ ตั้งคำถามว่าเหตุใดสเปนยังคงกล่าวหาโมร็อกโกอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน ข้อเท็จจริง หรือรายงานใด ๆ ที่ยืนยันถึงการมีส่วนร่วมของทางการโมร็อกโก

“ทำไมผู้อพยพผิดกฎหมายจึงไม่ถูกส่งตัวกลับประเทศ ทั้งที่รัฐบาลโมร็อกโกให้คำมั่นอย่างเป็นทางการว่าจะรับพวกเขากลับ ทำไมเด็กที่เดินทางมาลำพังจึงถูกแยกจากครอบครัว ในเมื่อโมร็อกโกร้องขอให้ส่งตัวพวกเขากลับประเทศอย่างเร่งด่วน” กระทรวงการต่างประเทศโมร็อกโก ระบุเสริม

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศโมร็อกโก ยังระบุว่า โมร็อกโกปฏิเสธที่จะถูกใช้เป็นหมากทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งของสเปนในช่วงกลางปี 2570 และโมร็อกโกไม่ยอมถูกทำให้เป็นแพะรับบาปในการแก้แค้นทางการเมืองเช่นกัน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS