เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เป็นพุ่มทึบ กิ่งก้าน แตกออกรอบลำต้นเป็นชั้น ๆ ใบเดี่ยว ท้องใบมีสีน้ำตาลอมเขียว มักออกเป็นกระจุก ตามปลายกิ่ง ดอกเดี่ยว ออกตามง่ามกิ่ง กลีบรองดอกเรียงกัน เป็น 2 ชั้น กลีบดอกเชื่อมกันและยกตั้งขึ้น มี 6 กลีบ มีสีเหลืองนวล ผลรูปไข่ หรือรูปปลายข้างหนึ่งแหลมเล็กน้อย มีสีน้ำตาล ผลยังไม่สุกมียางสีขาว รสฝาด แข็ง เมื่อสุกจะนิ่ม หวาน ไม่มียาง มีเมล็ดรูปยาว รี ผิวสีดำฝังอยู่ในเนื้อ ผลละ 2-6 เมล็ด

ละมุดเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ  มีสารพฤกษเคมีที่ดีต่อสุขภาพ ทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกอนุมูลอิสระทำลาย และยังอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านการอักเสบ  นอกจากสารต้านอนุมูลอิสระข้างต้นแล้ว ละมุดยังเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซี และธาตุเหล็ก ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมกำลังภูมิคุ้มกันร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้

ละมุดมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ลดอาการท้องผูก ถ่ายยาก ลดความเสี่ยงโรคริดสีดวงทวาร เป็นแหล่งของโพแทสเซียม ที่จำเป็นต่อระบบประสาท โดยมีส่วนสำคัญในการควบคุมศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ประสาท ซึ่งเป็นกลไกพื้นฐานในการส่งสัญญาณประสาทไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อีกทั้งโพแทสเซียมยังมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบ เช่น กล้ามเนื้อในผนังลำไส้ และกล้ามเนื้อหัวใจ และมีส่วนควบคุมระดับความดันโลหิตด้วย ทว่าในคนที่มีโรคประจำตัวบางอย่างก็จำเป็นต้องระวังการรับประทานอาหารโพแทสเซียมสูงอย่างละมุดด้วยนะคะ

ละมุดเป็นผลไม้ที่ปอกเปลือกแล้วกินสด ๆ ก็จะได้รสชาติหวาน หอม อร่อยกลมกล่อม หรือบางคนก็นำละมุดมาหมักไวน์ ทำแยมละมุด ทำเบเกอรี หรือจะดัดแปลงละมุดเป็นเมนูคาว-หวาน อื่น ๆ เช่น ละมุดสอดไส้วุ้น ละมุดสมูทตี้ หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปละมุด หรือเมนูผัดซอสละมุด ก็มีให้เห็นบ้างเช่นกัน

 คนที่ต้องระวังการรับประทานละมุด เพราะอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน  โดยเฉพาะคนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ เพราะละมุดมีปริมาณน้ำตาลสูง รสชาติหวานจัด หากรับประทานเข้าไปอาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงควรจำกัดปริมาณการกินละมุด หรือหลีกเลี่ยงไปจนกว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะคงที่

ผู้ป่วยโรคไต โพแทสเซียมในละมุดคือปัญหาสำหรับคนที่เป็นโรคไต โดยเฉพาะในรายที่ต้องฟอกเลือด ซึ่งมักจะมีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานละมุด หรือหากอยากกินจริง ๆ แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ประจำตัวว่ากินได้หรือไม่

ข้อควรระวังในการกินละมุด ระวังยางละมุด ซึ่งมีลักษณะเป็นน้ำสีขาว มักจะอยู่ที่ขั้วผล ซึ่งก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวได้ ดังนั้นควรล้างให้สะอาด และปอกเปลือกก่อนรับประทาน ระวังการรับประทานละมุดดิบ หรือละมุดที่ยังไม่สุกเต็มที่ เพราะในผลอาจมียางที่กัดเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปากได้ ระวังอาการแพ้ละมุด โดยเฉพาะคนที่แพ้อาหาร หรือเพิ่งจะมีอาการแพ้อาหาร เพราะอาจแพ้ละมุดได้เช่นกัน เมล็ดละมุดค่อนข้างเรียวแหลม ดังนั้นก่อนกินละมุดควรนำเมล็ดออกให้หมด เพื่อป้องกันการเผลอกลืนเมล็ดละมุดเข้าไป ซึ่งอาจเสี่ยงติดคอ ติดหลอดลม จนเกิดอันตรายได้