“โปรจีโน่” อาฒยา ฐิติกุล โปรกอล์ฟขวัญใจชาวไทยรับรางวัลการทูตสาธารณะ ประจำปี 2569 จากงาน “รางวัลการทูตสาธารณะ ประจำปี 2569” (Thailand’s Public Diplomacy Award 2026: TPDA2026) ซึ่ง กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับมูลนิธิไทย จัดขึ้น ซึ่งการประกาศผลมีที่ห้องแถลงข่าว กระทรวงการต่างประเทศ มี น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และ นายธฤต จรุงวัฒน์ เลขาธิการมูลนิธิไทย ร่วมแถลงผลการพิจารณา ภายหลังการเปิดรับการเสนอชื่อบุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์กรที่สมควรได้รับรางวัลเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย.– 25 ก.ค.69

นส.ใจไทย กล่าวว่า รางวัลนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อเชิดชูบุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์กร ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างชื่อเสียง เกียรติภูมิ และภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศไทย คนไทย และความเป็นไทย จนเป็นที่ประจักษ์ในหมู่ชาวต่างประเทศ พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่สร้างคุณประโยชน์เหล่านั้นเดินหน้าทำกิจกรรมของตนต่อไป และส่งเสริมให้สาธารณชนตระหนักว่า ประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการทูตสาธารณะของไทยได้

นายธฤต กล่าวว่า โปรจีโน่ ได้รางวัลเนื่องจากบทบาทและผลงานที่โดดเด่นจนเป็นที่ประจักษ์ และได้รับการยอมรับในระดับโลกอย่างต่อเนื่องเกือบ 10 ปี โดยความสำเร็จของ โปรจีโน่ ไม่ได้สะท้อนเพียงความเป็นเลิศในวงการกีฬา แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างชื่อเสียง เกียรติภูมิ และภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศไทยและคนไทยในสายตาชาวโลก

โปรจีโน่ สร้างประวัติศาสตร์ระดับโลกตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี ด้วยการเป็นนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดในโลกที่สามารถคว้าแชมป์กอล์ฟอาชีพในรายการ Ladies European Thailand Championship 2017 ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนักกอล์ฟหญิงมืออันดับ 1 ของโลก (Rolex Women’s World Golf Rankings) ด้วยวัยเพียง 19 ปี เป็นคนไทยคนที่สองต่อจาก “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล และครองตำแหน่งมือหนึ่งโลกยาวนานถึง 40 สัปดาห์ นอกจากนี้ ยังเคยครองตำแหน่งมือ 1 ของ Ladies European Tour และตอกย้ำความสำเร็จด้วยการครองอันดับ 1 ผู้นำรายได้สะสม (Money Winner) ของ LPGA Tour 2 ปีติดต่อกันในปี 2567 และ 2568

ตลอดเส้นทางในวงการกอล์ฟอาชีพ โปรจีโน่สร้างผลงานในการแข่งขันระดับโลกอย่างต่อเนื่อง โดยคว้าชัยชนะในรายการสำคัญทั้งใน LPGA Tour และการแข่งขันระดับนานาชาติหลายรายการ อาทิ JTBC Classic, Walmart NW Arkansas Championship, Hanwha LIFEPLUS International Crown, CME Group Tour Championship, Dow Championship, Mizuho Americas Open และ Buick LPGA Shanghai รวมถึงการคว้าแชมป์ในประเทศไทยจากรายการ Honda LPGA Thailand 2569 ก่อนเดินหน้าคว้าแชมป์ Mizuho Americas Open และ Standard Portland Classic ในปีเดียวกัน

ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้โปรจีโน่ได้รับรางวัลเกียรติยศสำคัญในวงการกอล์ฟอย่างต่อเนื่อง อาทิ รางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี (Player of the Year) และ Rookie of the Year ของ Ladies European Tour (LET) ปี 2564, รางวัล Rolex Rookie of the Year ปี 2565, การได้รับเกียรติเป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2567 และรางวัล Rolex Player of the Year ในปี 2568

นอกจากนี้ ความสำเร็จและความโดดเด่นในระดับนานาชาติยังทำให้โปรจีโน่ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร TIME ให้เป็นหนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการกีฬาโลก ทั้ง TIME100 Next 2568 ในกลุ่ม Phenoms และ TIME100 Sports 2569 ในกลุ่ม Titans สะท้อนถึงการได้รับการยอมรับที่ก้าวข้ามจากความสำเร็จในสนามแข่งขันไปสู่การเป็นบุคคลที่ได้รับการจับตามองในระดับโลก

นอกเหนือจากผลงานด้านกีฬา โปรจีโน่ยังมีบทบาทในการถ่ายทอดภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านการแข่งขันระดับนานาชาติ ทั้งรอยยิ้ม ความนอบน้อมถ่อมตน การไหว้ และสัมมาคารวะในสนาม ไปพร้อมกับธงชาติไทยที่ปรากฏต่อสายตาผู้ชมทั่วโลก จนได้รับการกล่าวถึงจากสื่อต่างประเทศว่าเป็น “The smiling face of Thai golf” และได้รับเลือกเป็น Brand Ambassador ให้แก่องค์กรและแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ตลอดจนเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ในการก้าวเข้าสู่วงการกอล์ฟและพัฒนาตนเองสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ

นายธฤตกล่าวว่า บทบาทของโปรจีโน่สะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จในระดับโลกสามารถก้าวไปไกลกว่าความสำเร็จส่วนบุคคล เมื่อบุคคลนั้นสามารถถ่ายทอดตัวตน คุณค่า และความเป็นไทยไปสู่ผู้คนในต่างประเทศ และสร้างความรู้สึกที่ดีต่อประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนการทูตสาธารณะ และแสดงให้เห็นว่าบุคคลจากทุกสาขาอาชีพสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศได้

นอกจากความสำเร็จในสนามกอล์ฟแล้ว โปรจีโน่ยังแสดงถึงจิตสาธารณะและความมุ่งมั่นในการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมก่อตั้งโครงการ JK Golf Charity ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อระดมทุนสร้างอาคารเรียนพร้อมมอบอุปกรณ์การเรียนให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท 3 แห่ง ซึ่งรวมถึงโรงเรียนในจังหวัดราชบุรี บ้านเกิดของโปรจีโน่ อีกทั้งยังร่วมระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี หลังประสบเหตุเพลิงไหม้

ขณะเดียวกัน ผลงานของโปรจีโน่ในฐานะนักกอล์ฟแถวหน้าของ LPGA ยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้โครงการ Birdie for Charity ในรายการ The Amundi Evian Championship คัดเลือกประเทศไทยเพื่อมอบเงินบริจาคสมทบทุนให้แก่ Thailand Golf Foundation จากจำนวนเบอร์ดี้ที่นักกอล์ฟทำได้ในการแข่งขัน เพื่อนำไปสนับสนุนเยาวชนด้อยโอกาสให้มีโอกาสเข้าถึงกีฬากอล์ฟ