จากสิ่งแวดล้อม สังคม สู่ธรรมาภิบาล เมื่อเรื่อง ESG ถูกเล่าผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ กว่าร้อยผลงานสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ พร้อมจุดประกายศิลปะให้เป็นพื้นที่แห่งการตั้งคำถามและการเปลี่ยนแปลงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ และหอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดโครงการประกวดผลงานศิลปะ “Chance to Change ความน่าจะ…เปลี่ยน” ภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) เปิดพื้นที่ให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 และนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ได้นำความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ และมุมมองที่มีต่อโลกและสังคม มาถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะในรูปแบบที่หลากหลายโครงการครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต่างมองเห็นศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในการนำประเด็น ESG มาตีความผ่านภาษาและมุมมองของตัวเอง ขณะเดียวกันยังเป็นการเชื่อมโยงโลกของศิลปะเข้ากับประเด็นสำคัญที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมและระดับโลก

ดร.ภัทรวุฒิ ทรัพย์เย็น คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวถึงที่มาว่า “การเลือก ESG มาเป็นโจทย์ของการประกวดครั้งนี้ เนื่องจากเป็นประเด็นร่วมสมัยที่ได้รับความสนใจในระดับโลก และต้องการเปิดโอกาสให้เห็นว่า เมื่อคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ด้านศิลปะนำ ESG มาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์แล้ว จะสามารถถ่ายทอดออกมาในรูปแบบใดได้บ้าง จากการพิจารณาผลงานพบว่า ผู้เข้าร่วมจำนวนมากสามารถนำเสนอแนวคิดได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงแนวคิดกับประสบการณ์และสิ่งที่อยู่รอบตัว ทำให้ผลงานไม่ได้พูดถึงเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมมิติทางสังคมและธรรมาภิบาล อาทิ ประเด็นความเหลื่อมล้ำ การอยู่ร่วมกันในสังคม การทุจริต และการตั้งคำถามต่อพฤติกรรมของมนุษย์ ศิลปะสามารถจุดประกายให้คนตระหนักถึงประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ESG ได้ โดยเฉพาะเมื่อคนรุ่นใหม่เข้ามาสนใจเรื่องเหล่านี้ ในระยะยาวย่อมส่งผลดีต่อสังคม เพราะอย่างน้อยศิลปะสามารถทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการตั้งคำถามและนำไปสู่ความเข้าใจที่มากขึ้น”

ด้านคุณสมลักษณ์ คล่องแคล่ว ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ (ทัศนศิลป์) สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมศิลปินและคนรุ่นใหม่ให้มีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพ ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนก็เป็นเรื่องที่ภาครัฐให้ความสำคัญ การนำทั้งสองเรื่องมาผสานเข้าด้วยกันผ่านงานศิลปะ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยสื่อสารเรื่อง ESG ให้คนทั่วไปเกิดความเข้าใจและรู้สึกเชื่อมโยงกับประเด็นเหล่านี้มากยิ่งขึ้น และเมื่อได้เห็นผลงานของน้องๆ แล้วรู้สึกว่าน่าชื่นชมและน่าตื่นเต้น เพราะแต่ละคนสามารถนำแนวคิดมาหลอมรวมและสร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานในรูปแบบของตัวเอง มีความหลากหลาย ทั้งงานดิจิทัลและสื่อรูปแบบอื่นๆ”

ขณะที่คุณวริทธิ ตีรประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า “การนำแนวคิด ESG ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อน มาถ่ายทอดเป็นภาพหรือ Visual Communication ถือเป็นความท้าทายสำหรับผู้สร้างสรรค์ โดยผลงานที่ส่งเข้าประกวดมีทั้งแนวคิดที่หลากหลายและวิธีการนำเสนอที่แตกต่างกัน แม้บางผลงานอาจยังอยู่ในช่วงพัฒนาทักษะด้านเทคนิคและองค์ประกอบศิลป์ตามวัยของผู้สร้างสรรค์ แต่สิ่งที่โดดเด่นคือความสามารถของเยาวชนในการนำความคิดของตนเองมาแปลงเป็นภาพและสื่อสารให้ผู้ชมเข้าใจได้ และเสนอแนวคิดต่อยอดโครงการในอนาคตว่า การสร้างสรรค์ผลงานภายใต้ประเด็น ESG อาจพัฒนาไปสู่การทำงานแบบ Multidisciplinary ที่เชื่อมโยงศาสตร์ด้านศิลปะ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อก้าวข้ามจากการนำเสนอในรูปแบบภาพ 2 มิติ ไปสู่การสร้างสรรค์ Product, Object, Interactive Media หรือ Solution ที่สามารถนำแนวคิดไปสู่การแก้ปัญหาและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม”
สำหรับ ดร.ชญานุตม์ ศิลปศาสตร์ หัวหน้าหอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า “ในนามหอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (BUG) ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับจัดแสดงงานศิลปะ แต่เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ การสร้างแรงบันดาลใจ และการสร้างบทสนทนากับสังคม ไม่ได้คาดหวังว่าศิลปะจะสามารถเปลี่ยนโลกได้ทันที แต่อยากเริ่มจากการเปลี่ยนบางอย่างในระดับของความคิดและมุมมองของคน ผลงานของเยาวชนในนิทรรศการสะท้อนให้เห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างไร นิทรรศการนี้ทำให้เยาวชนได้ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการตั้งคำถามและสะท้อนมุมมองของตัวเองต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล สามารถถูกสื่อสารผ่านประสบการณ์และมุมมองที่หลากหลายของศิลปินรุ่นใหม่ได้ ในฐานะของหอศิลปบทบาทของเราไม่ใช่แค่การคัดเลือกผลงานมาจัดแสดง แต่คือการสร้างพื้นที่ให้คนได้เห็น ได้คิด และได้พูดคุยกันผ่านผลงานศิลปะ”
กว่าร้อยผลงานที่เข้าร่วมคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 5 รางวัล รางวัล Best Concept ได้แก่ นางสาวธัญจิรา ตรัยไชยาพร จากโรงเรียนสายปัญญารังสิต เจ้าของผลงาน WHAT’S NEXT?, รางวัล Best Creativity ได้แก่ นายปัณณวิชญ์ โสภาฤดี จากโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ เจ้าของผลงานเพียงเปลี่ยน, รางวัล Best ESG RELEVANCE ได้แก่ นางสาวศิรประภา ประมวลชัยสกุล จากโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์เจ้าของผลงานเห็นหรือไม่, รางวัล Popular Vote ได้แก่ นายกรรชัย จำพิมาย จากโรงเรียนเซนต์หลุยส์ฉะเชิงเทรา เจ้าของผลงาน FAST และรางวัล Best Visual Expression ได้แก่ นายทินมณี นันทสันติ จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เจ้าของผลงาน BUTTERFLY EFFFCT

หนึ่งในผลงานที่ได้รับรางวัลในโครงการครั้งนี้เป็นผลงาน “เห็นหรือไม่” ของนางสาวศิรประภา ประมวลชัยสกุล นักเรียนจากโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ รับรางวัล Best ESG RELEVANCE ที่หยิบประสบการณ์จากการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางในชีวิตประจำวันมาตั้งคำถามถึงการมองเห็นและการใส่ใจผู้อื่นในสังคม เจ้าของผลงานเล่าว่า “หลังจากทำความเข้าใจความหมายของ ESG จึงเลือกหยิบเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวมาถ่ายทอด โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่พบเห็นเป็นประจำบนรถโดยสาร เช่น ผู้สูงอายุหรือหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องยืนบนรถ ขณะที่ผู้โดยสารบางคนซึ่งสามารถลุกให้ที่นั่งได้กลับเลือกที่จะนั่งต่อ จึงเกิดคำถามว่าเราไม่ลุกให้ เพราะเราไม่เห็น หรือเพราะเราไม่สนใจ? ผลงานดังกล่าวสร้างสรรค์ด้วยเทคนิค Digital Illustration โดยใช้ภาพถ่ายรถโดยสารที่เจ้าตัวถ่ายด้วยตนเอง ก่อนนำมาผสมผสานกับการวาดภาพดิจิทัลผ่านโปรแกรมพร้อมใช้เทคนิคการทำให้ตัวละครผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์มีลักษณะโปร่งแสง เปรียบเสมือนคนที่ “อยู่ตรงหน้าแต่ถูกมองไม่เห็น” เพื่อสะท้อนคำถามเรื่องการมองเห็นคุณค่าของผู้อื่นในสังคม”



โครงการ “Chance to Change ความน่าจะ…เปลี่ยน” จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกวดผลงานศิลปะ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทดลองนำประเด็นระดับโลกมาตีความผ่านมุมมองของตนเอง ตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว และใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับสังคม มหาวิทยาลัยกรุงเทพมุ่งหวังให้โครงการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งกลไกในการสนับสนุนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ พร้อมเชื่อมโยงศาสตร์ด้านศิลปะเข้ากับประเด็นร่วมสมัย และสร้างโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง พัฒนาแนวคิดที่ไม่เพียงสร้างความตระหนักรู้ แต่สามารถต่อยอดไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในอนาคต.



