เทศบาลเมืองน่าน สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสมาคมเรือแข่งจังหวัดน่าน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน และสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จัดเวทีแถลงข่าว “แข่งเรือน่าน ปลอดภัย สร้างสรรค์” เพื่อระดมแนวคิดอนุรักษ์และยกระดับประเพณีแข่งเรือน่านให้คงคุณค่าและความเลื่องชื่อ ควบคู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยเฉพาะงานประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน (ทานสลากภัต) วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร พระอารามหลวง วันที่ 26-27 กันยายน 2569 ณ เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ

ผู้ร่วมแถลงข่าว ประกอบด้วย นางอริสา  บุญสม รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองน่าน, นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.), นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานน่าน, นายราเชนทร์ กาบคำ นายกสมาคมเรือแข่งจังหวัดน่าน และนายอธิปัตย์ สายสูง ผู้แทนสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน

นางอริสา บุญสม  รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองน่าน,  กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญคือการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนเกิดความผูกพันกับวัฒนธรรมการแข่งเรือตั้งแต่วัยเยาว์ ผ่านความร่วมมือกับสมาคมกีฬาเรือน่าน จัดกิจกรรม “สเก็ตเรือ” เพื่อบ่มเพาะฝีพายรุ่นใหม่ พร้อมพัฒนาสภาพแวดล้อมพื้นที่จัดงาน และสร้างกติกาทางสังคมร่วมกับสมาคมเรือแข่ง ทีมเรือ ฝีพาย กองเชียร์ และผู้ประกอบการ เพื่อให้งานแข่งเรือน่านเป็นพื้นที่ปลอดภัย เปิดกว้าง และเป็นมิตรสำหรับทุกคน สอดคล้องกับการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ระดับโลก (UCCN) ของ UNESCO

นายธีระ วัชรปราณี กล่าวว่า ผลสำรวจประชาชน 400 ตัวอย่างต่องานแข่งเรือปี 2568 พบว่า ร้อยละ 89.25 ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ในงาน ร้อยละ 94 เห็นว่ามาตรการดังกล่าวช่วยป้องกันอุบัติเหตุทั้งบนถนนและในแม่น้ำ และร้อยละ 91.25 เห็นว่าการควบคุมการขายและดื่มแอลกอฮอล์มีความจำเป็น ขณะที่เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 91.50 เห็นว่างานเป็นแบบอย่างที่ดี และร้อยละ 92.75 เห็นว่าช่วยส่งเสริมสุขภาพ นอกจากนี้ เหตุทะเลาะวิวาทลดลงร้อยละ 91 เมาแล้วขับลดลงร้อยละ 89 และการพนันลดลงร้อยละ 91 สะท้อนว่าการงดเหล้าได้พัฒนาไปสู่ค่านิยมและบรรทัดฐานของสังคม โดยร้อยละ 90.75 เห็นว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนเมืองน่าน และร้อยละ 91.75 เห็นควรสืบสานต่อไป

ก่อนการแถลงข่าว มีการจัดกิจกรรม “สเก็ตเรือน่าน” มีเยาวชนเข้าร่วม 53 คน แบ่งเป็นชาย 44 คน และหญิง 9 คน เพื่อสร้างความผูกพันกับวัฒนธรรมการแข่งเรือและพัฒนาฝีพายรุ่นใหม่ สะท้อนความร่วมมือในการสืบสานประเพณีควบคู่กับการสร้างสรรค์งานที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับทุกคน