เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ก.ย. ที่สำนักงาน กสทช. มีการจัดประชุมบอร์ด กสทช. ครั้งที่ 25/2569 โดยมี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เข้าร่วมในห้องประชุม ในเวลา 09.39 น. ขณะที่ พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร นายต่อพงศ์ เสลานนท์ แจ้งขอลาติดภารกิจในต่างประเทศ ส่วน นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ลาป่วย แจ้งว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ขณะที่อีก 3 กสทช. คือ พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ น.ส.พิรงรอง รามสูต และนายศุภัช ศุภชลาศัย ไม่ได้เดินทางลงมาร่วมประชุม เมื่อครบ 30 นาทีแล้ว ทาง นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงเสนอประธาน กสทช. ให้งดการประชุมออกไปเป็นวันที่ 23 ก.ย. 

นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. กล่าวหลังเลื่อนประชุมว่า ตนยังคงดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ตามกฎหมาย และมีหน้าที่โดยตรงในการกำหนดวันและวาระการประชุม ซึ่งการที่ไม่สามารถจัดประชุมได้นั้น เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เช่น ช่วงปลายปี 2566 จากปัญหาเรื่ององค์ประชุม อย่างไรก็ตาม ในฐานะประธาน ไม่อาจละเลยการปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงขอเชิญชวนบอร์ด กสทช. ทุกท่านมาร่วมประชุมเพื่อแก้ปัญหา อย่าทำให้องค์กรอิสระแห่งนี้กลายเป็นสนามแข่งขันทางการเมือง เนื่องจากมีวาระสำคัญของประเทศที่ต้องร่วมกันตัดสินใจ เช่น อนาคตของทีวีดิจิทัลและอัตลักษณ์ทีวีไทย เรื่องดาวเทียม สายสื่อสาร โครงการ USO ตลอดจนเรื่อง Data Center และ AI

“วาระใดที่มีความเห็นตรงกันเป็นเอกฉันท์ก็ควรดำเนินต่อไป ส่วนวาระที่มีความเห็นต่างก็ควรใช้การลงมติคุยกันตามกลไก ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงไม่เข้าร่วมประชุม ซึ่งหากเกิดความเสียหายต่อองค์กร ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงินหรือการดำเนินงาน กรรมการทุกคนจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน”

นพ.สรณ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นทางกฎหมายและคำสั่งศาลปกครองที่มีการนัดไต่สวนนัดแรกในวันที่ 21 ก.ย. ที่จะถึงนี้ ยืนยันว่าจะเดินทางไปศาลด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ต้องไปศาลในคดีลักษณะนี้ โดยกำลังเตรียมตัวและทำงานร่วมกับทีมทนายความ นอกจากนี้ ยอมรับว่ากำลังอยู่ระหว่างการหารือเรื่องการถอนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งข้อสังเกตและฝากเป็นประเด็นให้สื่อมวลชนไปทำหน้าที่ ทำข่าวสืบสวนสอบสวน ว่าตนเองทำงานมาแล้ว 4 ปีครึ่ง เหลือวาระอีกเพียง 1 ปีครึ่ง และไม่ได้ทำความผิดหรือทุจริตใดๆ แต่กลับมีความพยายามเร่งรีบอย่างมากที่จะให้ตนเองพ้นตำแหน่ง กสทช. และออกจากองค์กรนี้ จึงขอให้สังคมและสื่อช่วยกันวิเคราะห์ว่า ในช่วงที่ภูมิทัศน์เทคโนโลยี ทั้ง Broadcasting, Telecom, Satellite, Digital Data Center และ AI กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลในประเทศไทย การที่ตนยังนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ไปขัดขวางผลประโยชน์ของใครหรือไม่ และใครจะได้ประโยชน์จากการพ้นตำแหน่งของตน