วานนี้ (15 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการถอนตัวของศิลปิน 4 รายที่ทำหน้าที่เป็นวงเปิดของทัวร์คอนเสิร์ต “ลูปทัวร์” ของ เอ๊ด ชีแรน ศิลปินป๊อปชื่อดังชาวอังกฤษ เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนแร็ปเปอร์ แมคเคิลมอร์ ที่ถูกปลดออกจากทัวร์เพราะกล่าวสนับสนุนประเทศปาเลสไตน์บนเวที

ฟินเนียส นักร้องหนุ่มที่มีกำหนดแสดงเป็นวงเปิดให้ ชีแรน รวม 6 รอบในอเมริกาใต้ช่วงเดือนพฤศจิกายน ได้ประกาศถอนตัวเมื่อช่วงบ่ายวันอังคาร หลังจาก ชีแรน โพสต์ข้อความบนอินสตาแกรมไม่กี่ชั่วโมง เพื่อชี้แจงถึงแรงกดดันจากเจ้าของสถานที่จัดงานที่ต้องการให้ปลด แมคเคิลมอร์ ออกจากทัวร์ จากกรณีการแสดงความคิดเห็นสนับสนุนปาเลสไตน์ระหว่างการแสดง 2 รอบที่เมตไลฟ์ สเตเดียม ในนิวเจอร์ซีย์

ระหว่างการพูดความยาว 2 นาทีเมื่อวันที่ 4 กันยายน แมคเคิลมอร์ ศิลปินเจ้าของรางวัลแกรมมีได้กล่าวกับผู้ชมว่า เขาต้องการให้ผู้คนในกาซาและ “เขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง” รู้ว่า “พวกเรายังไม่ลืมพวกเขา” พร้อมกับตะโกนคำว่า “ปลดปล่อยปาเลสไตน์” 

ถ้อยคำดังกล่าวนำไปสู่การล่าลายเซ็นเรียกร้องให้ปลดเขาออกจากทัวร์โดยสภาชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอล รวมถึงการคัดค้านจากเจ้าของสถานที่จัดแสดงบางแห่ง ซึ่งรวมถึง โรเบิร์ต คราฟต์ มหาเศรษฐีเจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอล นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ และผู้บริจาครายใหญ่ให้อิสราเอล

เอ๊ด ชีแรน (ซ้าย) และ แมคเคิลมอร์ (ขวา) ในงานประกาศรางวัลเอ็มทีวี วิดีโอ มิวสิก อวอร์ดส์ ปี 2556 ที่นครนิวยอร์ก


“ศิลปินต้องไม่ถูกปิดปากเมื่อออกมาส่งเสียงเพื่อผู้ถูกกดขี่” ฟินเนียส เขียนบนโซเชียลมีเดีย “ผมตัดสินใจถอนตัวจากการร่วมทัวร์กับ เอ๊ด ชีแรน ที่กำลังจะแสดงในไม่ช้านี้ ผมขอยืนหยัดเคียงข้างปาเลสไตน์และประชาชนของพวกเขา”

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลัง แอรอน โรว์ นักร้องชาวไอริช ซึ่งเคยเล่นเปิดคอนเสิร์ตให้ ชีแรน ในออสเตรเลียเมื่อต้นปี และมีกำหนดแสดงอีก 10 รอบที่เหลือในอเมริกาเหนือ ที่ได้ประกาศถอนตัวเช่นกัน “ผมไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้แบบลวกๆ” เขาโพสต์บนอินสตาแกรม “เอ๊ด เป็นเพื่อนและเป็นผู้เปลี่ยนชีวิตผม ผมคงขอบคุณเขาได้ไม่หมด”

“แต่ในฐานะชาวไอริช พวกเรารู้จักการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การโดนบีบให้ต้องอดอยาก และการยึดครองด้วยความรุนแรงเป็นอย่างดี ผมไม่อาจนิ่งเฉยและปล่อยให้กลุ่มมหาเศรษฐีใช้อำนาจปิดปากเสียงที่ชอบธรรมของผู้ที่ออกมาต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยอิสราเอล และผู้ที่เน้นย้ำถึงการสังหารเด็กอย่างป่าเถื่อนได้ ผมคงสูญเสียความเคารพในตัวเองทั้งหมดหากยังทำตัวตามปกติ”

ด้าน เบโอกา วงดนตรีไอริชซึ่งทำหน้าที่เป็นวงแบ๊กอัพให้ ชีแรน ก็ประกาศถอนตัวจากทัวร์ในสหรัฐตามหลัง โรว์ เพื่อประท้วง “การปิดปาก แมคเคิลมอร์ โดยล็อบบี้ยิสต์กลุ่มไซออนิสต์”

“เราเป็นวงดนตรีพื้นบ้านไอริชที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เล่นในสเตเดียมใหญ่ขนาดนี้ และเราไม่เคยลืมโอกาสนั้น” พวกเขาเขียนบนโซเชียลมีเดีย “เราเป็นเพื่อนกับ เอ๊ด มานานกว่า 10 ปีและจะเป็นต่อไป เราเชื่อในการพูดเพื่อหาทางออกในการเยียวยาชะตากรรมของชาวปาเลสไตน์”

ลูคัส แกรห์ม วงป๊อปจากเดนมาร์ก ก็ประกาศถอนตัวในช่วงบ่ายวันอังคารเช่นกัน “เราควรถกเถียงเรื่องสงคราม เรื่องพลเรือนที่ถูกสังหาร และเรื่องเด็กๆ ที่สมควรได้เติบโต ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน หรืออยู่ใต้ธงชาติใดก็ตาม” ลูคัส ฟอร์ชแฮมเมอร์ นักร้องนำระบุ “เงินไม่ได้ให้สิทธิคุณผูกขาดว่าควรพูดอะไรในบทสนทนา ยอดเงินในบัญชีของใครไม่ควรมาตัดสินว่าใครมีสิทธิพูด หรือมีสิทธิอนุญาตว่าเราควรรับรู้ความสูญเสียไหนได้บ้าง” 

การถอนตัวอย่างกะทันหันของกลุ่มศิลปินที่เป็นวงเปิดของลูปทัวร์ เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก ชีแรน ยืนยันว่า คราฟต์ และเจ้าของสเตเดียมรายอื่นๆ ปฏิเสธที่จะให้จัดคอนเสิร์ตในพื้นที่ หาก แมคเคิลมอร์ ยังเป็นศิลปินเล่นเปิดคอนเสิร์ต แม้ ชีแรน จะเขียนว่าเขาสลดใจกับ “ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์” รวมถึง “ความเจ็บปวดและความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย” แต่เขาระบุว่าความพยายามไกล่เกลี่ยไม่เป็นผล และ “การตัดสินใจของผู้จัดงานและเจ้าของสถานที่ถือเป็นอันสิ้นสุด”

“การเอา แมคเคิลมอร์ ออกจากทัวร์เป็นการตัดสินใจของผู้จัด ไม่ใช่ของผม” เขาเขียนบนอินสตาแกรม “ผมไม่มีทางทำให้แฟนๆ ที่วางแผนไว้ต้องผิดหวัง และไม่มีทางทอดทิ้งทีมงานทัวร์รวมถึงศิลปินสนับสนุนและนักดนตรีคนอื่นๆ ที่ต้องพึ่งพาผมในการทำมาหาเลี้ยงชีพ”

“ผมใช้เวลาทั้งสัปดาห์นี้ในการพยายามประสานรอยร้าวเพื่อหาทางออก แต่โชคไม่ดีที่ไม่สำเร็จ” เขาสรุป “ผมรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ทั้งในฐานะคนคนหนึ่งและในฐานะศิลปิน และคนที่รู้จักหัวใจของผมดีก็จะเข้าใจหลักการของผมเช่นกัน”

ส่วน คราฟต์ ซึ่งออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการห้าม แมคเคิลมอร์ ขึ้นแสดงที่ยิลเล็ตต์ สเตเดียม นอกเมืองบอสตัน โดยระบุว่าการตัดสินใจนี้อิงจาก “การกระทำเมื่อเร็วๆ นี้” ของ แมคเคิลมอร์ และ “ประวัติการใช้วาทกรรมและภาพลักษณ์ต่อต้านชาวยิว ที่สร้างความสะเทือนใจและทำร้ายจิตใจชุมชนชาวยิวอย่างลึกซึ้ง”

“ผมยินดีที่จะหาโอกาสนั่งคุยกับ แมคเคิลมอร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเท็จจริง เพราะท้ายที่สุดแล้วเป้าหมายของเราเหมือนกัน นั่นคือสันติภาพสำหรับทุกคน การยุติความสูญเสีย และการหยุดยั้งความเกลียดชังทั้งหมด” คราฟต์ กล่าว

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : theguardian.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES