เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ก.ย. ที่รัฐสภา ที่ประชุม ครม.เงา พรรคประชาชน ครั้งที่ 12 นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาชน และคณะ แถลงข่าวจับตา จี้รัฐบาลเยียวยาผู้เสียหายจากปลาหมอคางดำ และภาคต่อไทยช่วยไทย แก้ภาษีรถ EV ไม่ตรงจุด แผนพลังงานฉบับใหม่ไม่ฟังเสียงประชาชน รวมถึงแผน PDP​

นายพานทอง ชิวค้า ประธานองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล เขตบางขุนเทียน กทม. ย้ำว่าได้รับผลกระทบอย่างหนักตั้งแต่ปี 65 และ 4 ปีที่ผ่านมาผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลาเลี้ยงหอย ได้รับความเดือดร้อน แม้จะได้รับการเยียวยาจาก กทม. ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ช่วยให้ผลกระทบลดลง เพราะยังมีการแพร่ระบาด ปัจจุบันภาครัฐไม่มีนโยบาย ตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 1 จนถึงอนุทิน 2 ไม่มีนโยบายแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำที่ชัดเจน ซึ่งทางกรมประมงให้คำมั่นต่อเกษตรกรว่าปัญหาเอาอยู่ แต่ปัญหาปัจจุบันภาพมันฟ้อง จะทำให้เกษตรกรไม่สามารถหาเลี้ยงกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไม่ได้แล้ว ปัจจุบันไปดูได้ที่เขตบางขุนเทียน

ส่วนตัวแทนเกษตรกรชาวสมุทรสงคราม ในฐานะหนึ่งในผู้ยื่นฟ้องต่อบริษัทเอกชนที่ศาลแพ่ง ย้ำว่า ปัญหาแพร่ระบาดหนักในช่วงหลังตั้งแต่ปี 67 ขณะนี้แพร่ระบาดใน 22 จังหวัด และทางกรมประมง และรัฐบาลไม่เคยนำความจริงมาเปิดเผยต่อสาธารณะ หลอกประชาชนว่ากำจัดเหลือน้อย หลังจากนี้รอศาลปกครองสูงสุดตัดสิน และล่าสุดกระทรวงมหาดไทยสั่งประกาศภัยพิบัติในเขตจังหวัดสมุทรสงคราม และจี้ให้กระทรวงมหาดไทยประกาศเขตภัยพิบัติในจังหวัดอื่น อย่าให้ต้องไปยื่นร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งในวันที่ 30 ก.ย. นี้ จะมีนัดสืบพยาน  

​นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาความยาว 120 หน้า สั่งให้กรมประมงทำหน้าที่ กระบวนการเหล่านี้ประชาชนก็ไม่ต้องร้องต่อศาล หรือเรียกร้องกับหน่วยงาน แต่ประชาชนขณะนี้ต่อสู้เพียงลำพัง มีสภาทนายความที่ส่งทนายอาสามาช่วย ภาคประชาชนเผชิญอุปสรรคในการสู้กับกลุ่มทุน สิ่งที่ต้องการเรียกร้องเคยนำเสนอไปแล้ว 2 ปีที่ผ่านมาคือกระบวนการที่ชัดเจน ตั้งแต่ที่กรมประมงประกาศ 19 จังหวัด แต่ภาคประชาชนเดือดร้อน 22 จังหวัดในปัจจุบัน สถานการณ์ซ้ำร้ายหนักทวีคูณมากขึ้นในพื้นที่ภาคอีสาน เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ พบปลาหมอคางดำและพบอย่างต่อเนื่อง​

นายณัฐชา กล่าวว่า 4 มาตรการ ที่เคยเสนอไป “แดง-เหลือง-ขาว-เขียว” คือสถานการณ์ที่ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยดูว่าดำเนินการอย่างไร เช่น พื้นที่สีแดงต้องกวาดล้างให้สิ้นซาก พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้องปิดชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น มาตรการต่างๆ ได้ส่งไปแล้ว และมีรายงานสรุปชัดเจนถึงเงื่อนไขขั้นตอนในการดำเนินการ ​ส่วน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำในวันนี้ ที่จะมีเป้าหมาย 3 เดือน ตนยังคงเฝ้าติดตามว่าเงื่อนไขรายละเอียดจะเป็นอย่างไร แต่ไม่ได้ตื่นเต้นหรือตกใจมากนักกับที่รัฐบาลแถลง

“เพราะที่ผ่านมารัฐบาลเก่าเคยประกาศ ว่าปลาหมอคางดำเป็นวาระแห่งชาติ แต่ก็ไม่มีการแก้ไขเยียวยา ไม่มีการตั้งงบประมาณในการแก้ไข ปัจจุบันต้องของบกลาง 350 ล้านบาท มาแก้ไขปลาหมอคางดำ จึงต้องเฝ้าติดตามต่อไป ว่างบจะใช้ไปในทิศทางไหน รายละเอียดมากกว่าการตั้งศูนย์คืออะไร และความเปลี่ยนแปลงใน 3 เดือนข้างหน้า หากยังไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอาจจะเป็นตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์” นายณัฐชา กล่าว

เมื่อถามว่า รัฐมนตรีบอกว่าจะแก้ปัญหาให้เสร็จภายใน 180 วัน กรมประมงจะจัดการอยู่หรือไม่ นายณัฐชา กล่าวว่า จะคาดหวังว่าสิ่งที่รัฐมนตรีออกมาประกาศแล้วจะดำเนินการได้หรือไม่ ยังไม่แน่ใจ แต่ในส่วนของงบประมาณในปี 67 ทางสำนักงบได้อนุมัติกรอบวงเงินไว้ 450 ล้านบาท ซึ่งทางกรมประมงเป็นผู้เสนอ 7 มาตรการ สำนักงบอนุมัติแต่ให้ไปใช้งบประมาณเดิมของกรมประมง กรมเลยเลือกที่จะไม่ทำมาตรการนี้เลย เนื่องจากต้องใช้เงินเดิมของตัวเองอยู่ ตอนนี้รัฐมนตรีมีแผนของบกลางจำนวน 350 ล้านบาท เพื่อนำแผนเดิมที่เคยร่างไว้ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของประชาชนมาใช้

ในพื้นที่มีการแพร่ระบาดหนักควรทำ 2 ช่องทาง คือ ในแหล่งน้ำธรรมชาติทั้งหมดใครเป็นผู้รับผิดชอบและแหล่งเพาะเลี้ยงของชาวบ้านจะทำอย่างไร ซึ่งต้องทำไปพร้อมกัน โดยยังรอความชัดเจนของรัฐมนตรีอยู่ ส่วนศูนย์อำนวยการที่จะตั้งขึ้นก็อยากให้มีตัวแทนภาคประชาชนเข้าไปในแต่ละจังหวัด เพราะแต่ละจังหวัดรูปแบบไม่เหมือนกัน​ แต่ไม่เชื่อว่า จะเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3 เดือนนี้