เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดทำ National Anti-Fraud Master Plan เพื่อแก้ปัญหาธุรกรรมต้องสงสัยและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เงินไหลผ่านบัญชีธนาคารเป็นหลัก ปัจจุบันมิจฉาชีพกระจายเงินผ่านหลายทอด ถอนเป็นเงินสด แปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ หรือเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศภายในไม่กี่ชั่วโมง

การขับเคลื่อนครั้งนี้มี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินฯ เป็นผู้ผลักดันหลัก โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกแบบรายละเอียดระบบและมาตรฐานข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

เจาะลึก 4 ระบบกลางแห่งชาติ

การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลร่วมกันระหว่าง กระทรวงการคลัง, กระทรวง DE, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ก.ล.ต., ปปง. และสมาคมธนาคารไทย ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุจนถึงการตามเงินคืน:

  • 1. ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลความเสี่ยงภายใต้ความยินยอม (Data Sharing with Consent)
    • แนวคิด:“หนึ่งตัวตน หนึ่งระดับความเสี่ยง”
    • การทำงาน: เชื่อมโยงข้อมูลตัวตน บัญชี ธุรกรรม เบอร์โทรศัพท์ และบัญชีแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อจัดทำระดับความเสี่ยงรายบุคคล สถาบันการเงิน ค่ายโทรคมนาคม แพลตฟอร์ม และตำรวจ จะเห็นข้อมูลชุดเดียวกันแบบ Real-time API ช่วยให้ตัดสินใจอนุมัติ ทบทวน หรือปฏิเสธธุรกรรมเสี่ยงได้ทันที
  • 2. ระบบศูนย์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินแบบไม่ระบุตัวตน (Anonymous Financial Data Bureau)
    • แนวคิด:“วิเคราะห์ข้อมูล รู้เท่าทัน”
    • การทำงาน: รวบรวมข้อมูลธุรกรรมที่ไม่ระบุตัวบุคคลไว้ในคลังข้อมูลที่ปลอดภัย เพื่อใช้วิเคราะห์รูปแบบและโครงสร้างเครือข่ายอาชญากรรม พร้อมพัฒนา AI หรือแบบจำลองความเสี่ยง (Risk Model) ให้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ
  • 3. ระบบบริหารจัดการแจ้งเหตุระดับชาติ (Case Management)
    • แนวคิด:“แจ้งครั้งเดียว เส้นทางเดียว” (รับผิดชอบโดยกระทรวง DE)
    • การทำงาน: รวมศูนย์การรับแจ้งเหตุจากทุกช่องทาง ทั้งประชาชน, สายด่วน AOC 1441, สถาบันการเงิน และตำรวจ เข้าสู่ระบบเดียว โดยใช้ เลขอ้างอิงเดียว (Reference Number) ตลอดกระบวนการ ประชาชนไม่ต้องแจ้งซ้ำ ระบบจะส่งเรื่องต่ออัตโนมัติเพื่อเริ่มกระบวนการอายัดได้เร็วขึ้น
  • 4. ระบบเชื่อมโยงข้อมูลและอายัดเส้นทางเงิน (Financial Investigation and Account Action)
    • แนวคิด:“ไล่ให้ทัน อายัดให้เร็ว”
    • การทำงาน: เชื่อมข้อมูลติดตามเงินในขณะที่กำลังเคลื่อนที่ ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือที่อายัดได้ของแต่ละสถาบันการเงิน และส่งคำสั่งอายัดตามอำนาจกฎหมายทันที พร้อมบันทึกหลักฐานดิจิทัล และมีกระบวนการคืนเงินผู้เสียหายหรือปลดอายัดตามผลของคดี

ยกระดับมาตรการควบคู่

นอกจาก 4 ระบบกลางแล้ว หน่วยงานกำกับดูแล (ปปง., ธปท., ก.ล.ต.) จะร่วมกันยกระดับมาตรฐานกระบวนการเปิดบัญชีและตรวจสอบตัวตน ได้แก่:

  • KYC (Know Your Customer) – การรู้จักลูกค้า
  • CDD (Customer Due Diligence) – การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า
  • EDD (Enhanced Due Diligence) – การตรวจสอบอย่างเข้มงวดสำหรับกลุ่มเสี่ยง

การปรับยกระดับนี้จะทำให้มาตรฐานการคัดกรองต้นทางของไทยเข้มงวดเทียบเท่าศูนย์กลางทางการเงินระดับสากล

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ

ระดับประโยชน์ที่จะได้รับ
ผู้เสียหายโดยตรงแจ้งเหตุครั้งเดียว ข้อมูลเชื่อมถึงกันทันที อายัดเงินได้เร็วขึ้น เพิ่มโอกาสได้เงินคืน
ประชาชนทั่วไประบบสกัดธุรกรรมเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ป้องกันการเกิดผู้เสียหายรายใหม่
ระดับประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลการเงินที่เป็นมาตรฐาน ปลอดภัย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และต่อยอดไปสู่การเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) ในอนาคต