วันนี้(16 ก.ย.) ผู้สื่อข่าว รายงานว่า หลังการประชุมบอร์ด กสทช. ล่มครั้งที่ 11 และ  นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ออกมาให้สัมภาษณ์และชวนสื่อมวลชนทำหน้าที่สื่อสืบสอบ  ใครจะได้ประโยชน์ที่ตนออกจากตำแหน่ง ล่าสุดกลุ่มกรรมการ กสทช. ประกอบด้วย  นายศุภัช ศุภชลาศัย พล.อ.ท. .ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และ น.ส.พิรงรอง รามสูต  ได้ออกมาชี้แจงและตอบโต้ทันควัน  โดยยืนยันว่าการที่ประชุมไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เพราะกรรมการขาดประชุมแบบไร้เหตุผล แต่เป็นการปฏิบัติตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด 

พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ  กล่าวว่า การประชุมที่เกิดขึ้นมีความชัดเจน ว่า มีเพียงนพ.สรณ เดินทางเข้าร่วมประชุมเพียครเดียว ขณะที่กรรมการที่เหลืออีก 6 ท่าน ไม่ได้เข้าร่วม โดย โดยตน 3 คน ได้ทำหนังสือแจ้ง สงวนสิทธิ์ไม่เข้าร่วม และนายสมภพ ปฏิเสธการเข้าร่วม และอีก 2 ท่าน คือ  พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร  นายต่อพงศ์ เสลานนท์   ลากิจไปต่างประเทศ แสดง่าทุกคนต่างเห็นตรงกันเรื่องข้อกฎหมาย

“ทางกลุ่มกรรมการ ได้ส่งหนังสือแจ้งเจตนารมณ์อย่างชัดเจนทุกครั้งว่าต้องการเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการครบ 6 คน ตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนที่สำนักงาน กสทช. กล่าวอ้างว่าพวกตนขาดการประชุม นั้นไม่จริง ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานตลอดเมื่อการประชุมไม่ได้เกิดขึ้นจริง จะมาลงรายงานการประชุมว่ากรรมการขาดประชุมไม่ได้”

น.ส. พิรงรอง รามสูต  กล่าวว่า ข้อกฎหมาย มาตรา 15 วรรค 1 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่ระบุว่าคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาถือเป็นที่สุดประกอบกับคำสั่งศาลปกครองเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ระบุว่าประธานฯ สละสิทธิ์โดยผลของกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ประธานได้แล้ว และต้องให้บุคคลอื่นทำหน้าที่แทนตามมาตรา 20 วรรค 3

นอกจากนี้ เรื่องที่ นพ.สรณ อ้างถึงความเป็นแพทย์และคติพจน์ของมหาวิทยาลัยมหิดล  นั้น จึงอยากขออัญเชิญพระราชโอวาทของสมเด็จพระบรมราชชนกที่ว่า ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สองประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง เพื่อฝากให้ประธานฯ พิจารณาตนเอง

“การที่ท่านเข้านั่งประชุมแล้วทำให้อีก 6 คนเข้าประชุมไม่ได้ อันนี้เป็นประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ ท่านบอกว่าพวกเรามีทิฐิ แต่แท้จริงแล้วใครกันแน่ที่มีทิฐิ ในอดีตเมื่อปี 2565 ท่านเคยลาประชุมไปผ่าตัดและมอบหมายให้กรรมการท่านอื่นทำหน้าที่แทนได้เหตุใดครั้งนี้ท่านจึงไม่สามารถเสียสละลาประชุม เพื่อให้กรรมการที่เหลือสามารถเปิดประชุมขับเคลื่อนงานประเทศได้ ทำไมท่านถึงทำไม่ได้” ดร.พิรงรอง กล่าว

ส่วน รณีที่ประธาน กสทช. ระบุว่าไม่เคยฟ้องร้องใครนั้น  อยากบอกว่า ที่ผ่านมา มีคดี ซึ่ง นพ.สรณ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรรมการ 4 ท่าน รวมถึงสื่อมวลชนอย่างสำนักข่าวอิศรา ในข้อหาละเมิดและเรียกค่าเสียหายมาแล้ว 

ส่วนวาระค้างที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องโรดแมปทีวีดิจิทัลที่จะสิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2572 ขอย้ำว่าเป็นวาระที่ฝ่ายตนพยายามเสนอให้เร่งพิจารณามาโดยตลอด แต่กลับถูกประธานฯ เลื่อนออกไป แต่วันนี้ทำไมมาบอกว่าเป็นสาระเร่งด่วน  และเรื่องที่เล่นการเมืองอยากถามกลับว่าใครที่เล่นการเมือง ขณะที่ประเด็น Data Center และ AI ที่ประธานฯ ยกขึ้นมาพูดนั้น ยืนยันว่าไม่เคยมีวาระดังกล่าวเสนอเข้ามาในที่ประชุมบอร์ดแต่อย่างใด ขอยืนยัน พวกคนทั้งสาม 3. คน ไม่เคยมีเรื่องผลประโยชน์พวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน

ด้าน พล.อ.ท. ธนพันธุ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า  ตนเองเคยถูกประธานฯ ยื่นฟ้องส่วนตัวเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท กรณีให้ข่าวเรื่องการสรรหาเลขาธิการ กสทช. ซึ่งศาลได้มีคำสั่งยกฟ้องไปแล้ว และอยากเรียกร้องให้สื่อมวลชนร่วมทำหน้าที่ตรวจสอบ เช่นกัน ในความโปร่งใสในโครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO 3) จำนวน 5 สัญญา มูลค่ากว่า 5,100 ล้านบาทเนื่องจากพบข้อสงสัยว่าการประกาศผู้ชนะประมูลที่มีมูลค่าเกิน 200 ล้านบาทนั้น ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่เ ลขาธิการฯ ดำเนินการเองหรือมีประธานฯ ลงนามเห็นชอบ ทั้งที่ประธานฯ อยู่ระหว่างมีปัญหาเรื่องอำนาจหน้าที่ตามคำพิพากษา ซึ่งขณะนี้ได้ทำหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. เพื่อขอให้เร่งชี้แจงความโปร่งใสภายในวันศุกร์นี้