เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงการลงมติของ กกต. ในคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระบุว่า “ใครคืออีก 2 เสียงที่กลับมาลงมติ 4:3 สั่งฟ้อง สว. 26 ราย มติส่วนใหญ่ของ กกต. ในคดีฮั้ว สว. คือ 5:2  ยกเว้นในส่วนการลงมติว่า ตัว สว. 26 คน กระทำความผิด ก.ม. กลายเป็น มติ 4:3 โดย 4 คนที่เป็นเสียงข้างมาก ยืนพื้นอย่างหนักแน่นในมติอื่นๆ มาตลอด 2 ท่าน คือ กกต. สิทธิโชติ และ กกต. ชาย ส่วนที่เพิ่มมาอีก 2 คน เป็นใคร ด้วยเหตุผลใด ยังเป็นปริศนา

สว. 26 คน ที่ถูกส่งฟ้อง มีช็อกตามคำให้สัมภาษณ์ของศุภชัย ใจสมุทร ว่า มี สว.คนดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อลงกต วรกี พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย มาเรีย เผ่าประทาน ชีวะภาพ ชีวะธรรม ฯลฯ โดยในจำนวนนี้ เป็นถึงระดับ ประธาน กมธ. 6-7 ราย และบางคนได้คะแนนลำดับหนึ่งของกลุ่มอาชีพ 

กกต. 2 คนที่โดดจากเรือมาสมทบ อาจพิจารณาจากเหตุผลได้ 2 แนวทาง คือ 1.สว.26 คน มีหลักฐานแน่นหนาจนยากที่จะฝืนลงมติ และใน 2 เดือนที่ผ่านมา ทั้งพรรคประชาชนและไอลอว์ แก้ผ้าจนไม่มีอะไรเหลือ หากฝืนลงมติ อาจมีชีวิตยากลำบากยามแก่เฒ่า 2.ขอเอาตัวรอด เลิกคิดถึงบุญคุณที่ต้องทดแทน ปล่อยมือจากกลุ่ม 5 คน มาลงคะแนนอีกฝั่ง ใครจะล็อบบี้อะไรก็ไม่ฟัง ด้วยลูกเมียยังเล็ก (เปรียบเปรย) การปล่อยมือดังกล่าวมีผลดีคือทำให้ 2 เสียงเดิม เพิ่มเป็น 4 เสียง กลายเป็นเสียงข้างมาก เอาผิด สว. 26 คนได้

อย่างไรก็ตาม กกต. 2 รายที่โดดเรือหนี กลับไม่ได้สร้างผลดีกับตน แต่กลายเป็นภัยคุกคาม 2 ด้าน ด้านประชาชนย่อมไม่ลดราวาศอกที่จะดำเนินคดีจาก มติ 5:2 เพราะยังมีอีกหลายสิบกรณี ที่ลงมติขัดกับหลักฐานและหลักกฎหมาย เป็นคดีอาญา 157 ที่ต้องฟ้องให้หลาบจำ ต่อ กกต. 5 คน

ด้านพรรคสีน้ำเงินย่อมเคืองขัด ด้วยเหตุมีการแตกแถว เอาตัวรอด แถมยังฟันไม่เลือกทั้งคนสำคัญ ทั้งเครือข่าย ทั้งเครือญาติของกลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน แค้นนี้ อย่าหวังว่าจะลืมกันง่ายๆ ว่าแต่ 2 ท่านที่กลับลำ คือใคร ข่าวยังไม่รายงาน แต่ควรเก็บเนื้อเก็บตัว เก็บข่าวให้มิดด้วย”.