สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า ผลสำรวจดังกล่าวที่จัดทำขึ้นโดยมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์ ใน 34 ประเทศ ระหว่างวันที่ 21 ก.ค.-5 ส.ค. สะท้อนให้เห็นมุมมองเชิงลบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านความมั่นคง โดยเกือบ 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า สถานการณ์โลกเลวร้ายลงในช่วงปีที่ผ่านมา
มีเพียง 38% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เชื่อว่า เศรษฐกิจของประเทศตนจะดีขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยระดับความเชื่อมั่นในแง่บวกลดลงอย่างมากใน 2 ประเทศ ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด โดยลดลง 26 จุดเปอร์เซ็นต์ เหลือ 50% ในอินเดีย และลดลง 16 จุดเปอร์เซ็นต์ เหลือ 56% ในจีน
แม้จะมีความรู้สึกในแง่ลบเป็นวงกว้าง แต่ 57% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า นานาประเทศควรให้ความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทายระดับโลก เช่น เรื่องความมั่นคง แม้จะต้องยอมลดทอนผลประโยชน์ของชาติลงบ้างก็ตาม ซึ่งตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจาก 55% ในการสำรวจเมื่อปีก่อน
A new poll of over 35,000 people worldwide shows continued support for global cooperation and rising trust in international institutions, but less comfort with the United States or China taking leadership roles. In fact, many view both as a threat https://t.co/BKRcNQyrSC
— Reuters (@Reuters) September 16, 2026
ผู้ตอบแบบสอบถาม 61% สนับสนุนแนวทางที่นานาประเทศจะร่วมมือกันเอง โดยไม่มีสหรัฐและจีน
แคนาดาเป็นประเทศที่ได้รับความไว้วางใจ และความสบายใจให้เข้ามามีบทบาทผู้นำในเวทีโลกมากที่สุด ที่ระดับ 60% ตามมาญี่ปุ่น 58% และออสเตรเลีย 55% ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) และสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 55% และ 54% ตามลำดับ และสหประชาชาติ (ยูเอ็น) 52%
ในทางตรงกันข้าม มีเพียง 39% เท่านั้น ที่รู้สึกสบายใจหากสหรัฐจะเข้ามามีบทบาทนำ และ 37% สำหรับจีน ขณะที่รัสเซียถูกมองในแง่ลบยิ่งกว่า โดยได้คะแนน 26%.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



