เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ประเทศสิงคโปร์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย ในคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมของคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ในกระบวนการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ว่า แต่ละฝ่ายได้เสนอท่าที ซึ่งจุดยืนของฝ่ายไทยคือการปักปันเขตแดนทางทะเลก่อน ส่วนเรื่องอื่นมาว่ากันทีหลัง อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการลงรายละเอียดทางเทคนิค โดยเฉพาะอย่างยิ่งลายเส้นต่างๆ การอ้างสิทธิใช้หลักอะไร อยู่ตรงไหน อย่างไร อะไรบ้างนั้น ต้องไปดู จากนี้เราจะทำการบ้าน

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนมั่นใจในประเด็นต่างๆ ที่คณะกรรมาธิการประนอมฯ สอบถาม เรามีคำตอบที่ชัดเจนบนพื้นฐานหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยจากนี้ไปจะเป็นเรื่องหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งไทยมีความพร้อมทั้งทีมงานของกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหารเรือ รวมถึงทีมที่ปรึกษา ขณะนี้เราเริ่มคุยกันแล้วว่าจะต้องเตรียมการทำงานอย่างไร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงการประชุมนัดหน้า ทั้งนี้ กัมพูชาตอบตกลงเข้าร่วมการประชุมครั้งต่อไปที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วย แต่คณะกรรมาธิการประนอมฯ ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ

เมื่อถามว่าในช่วงที่มีการประชุมคณะกรรมาธิการประนอมฯ เกิดเหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชาขุดคูเลตที่เนิน 450 ใกล้ช่องกระโดนและช่องสะงำ ใน อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ จะเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการดำเนินการตามกรอบ UNCLOS หรือไม่ เพราะประชาชนในพื้นที่ชายแดนกังวลว่าจะมีการปะทะรอบใหม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คงไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่มันคือเรื่องของบรรยากาศ ทั้งนี้มันไม่ควรจะทำให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันหรือความไม่เข้าใจกัน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงจะต้องพูดคุยกันในระดับพื้นที่ เรามีกลไกคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค ต้องมีการพิสูจน์เหมือนกันว่าเหตุการณ์อย่างนี้เราจะร่วมมือกันอย่างไร เราจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกัน ตนคิดว่าจะไม่กระทบกับ UNCLOS โดยตรง เพราะเป็นเรื่องทางบก แต่บรรยากาศความสัมพันธ์ จะมีผลต่อความไว้เนื้อเชื่อใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่ากัมพูชาต้องการป่วนหรือไม่ เพราะมาขุดคูเลตในช่วงที่มีการประชุมคณะกรรมาธิการประนอมฯ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไม่อยากสรุปอะไรแบบนั้น ให้ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และน่าจะคุยกันได้จบ



