ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ดร.อุดม โปร่งฟ้า นายก อบจ.สุพรรณบุรี และนายณรงค์ บุญมี ประธานสภาทนายความจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมลงนาม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย โดยมีนายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รอง ผวจ.สุพรรณบุรี น.ส.ชวลิดา ภิรมย์วงศ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ต.อ.วินัย ธนวรรณผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี นายโรจนินทร์ ศิรรัฐเมธากรณ์ กรรมาธิการสภาทนายความภาค 7 นายเธียรินทร์ ปัทมนิรันดร์กุล ปลัด อบจ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยเปิดทำการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 -16.30 น. ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ดร.อุดม กล่าวว่าศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความจังหวัดสุพรรณบุรี เกิดจาก อบจ.สุพรรณบุรี ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่  ได้ตะหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากความไม่รู้กฎหมาย และการถูกเอารัดเอาเปรียบกันในทางกฎหมาย อบจ.สุพรรณบุรี จึงได้ร่วมกับสภาทนายความจังหวัดสุพรรณบุรี ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เพื่ออำนวยความยุติธรรมและเพิ่มช่องทางให้ประชาชนในพื้นที่ สามารถเข้าถึงบริการด้านกฎหมายได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง โดยมี อบจ.สุพรรณบุรี เป็นแม่ข่ายในการประสานและสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับความรู้ คำปรึกษา การคุ้มครองสิทธิ และคววามช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง รวมทั้งพัฒนาองค์กรภาคประชาชนในหมู่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนโดยทั่วไปในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับกฎหมายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งลดข้อพิพาทของชุมชนทั้งในคดีแพ่ง และคดีอาญา ที่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยและยอมความกันได้

สำหรับขั้นตอนที่ต้องใช้เมื่อไปขอรับคำปรึกษาทางกฎหมาย ที่ศูนย์ช่วยประชาชนทางกฎหมาย ประกอบด้วยบัตรประชาชนตัวจริง,เอกสารที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทางกฎหมาย เช่น สัญญา โฉนด หนังสือทวงถาม หมายศาล ใบแจ้งความ หรือเอกสารจากหน่วยงานราชการ,กรณีหากมีคดีแล้วให้เตรียม หมายเรียก หมายศาล และเอกสารในสำนวน ที่มี ,เมืท่อไปถึงให้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการขอคำปรึกษาทางกฎหมาย แล้วเล่าข้อจริงตามลำดับพรอ้มยืนเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

ดร.อุดม กล่าวต่อว่าตนเอง ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และได้รับความเมตตาจากนายกสภาทนายความแห่งประเทศไทย รวมทั้งประธานสภาทนายความของจังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งเพื่อนๆพี่น้องๆทนายความ มาร่วมด้วยช่วยกันในการสร้างองค์กรนี้ขึ้น เพื่อที่จะเป็นหลักให้พี่น้องประชาชนได้พึ่งพิงในด้านกฎหมาย ประชาชนที่คิดว่าถูกรังแก หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมให้คิดถึงศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย แห่งนี้ได้แล้ว ซึ่งก็เปรียบเสมียนที่ทำการสภาทนายความของจังหวัดสุพรรณบุรี ตนเชื่อมั่นโครงการนี้จะเห็นถึงแก่นแท้ในการทำงานด้านกฎหมายของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง  และยังถือว่าศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งนี้ เป็นที่แรกของประเทศไทย และเชื่อว่าต่อไปจะเป็นการนำร่องให้สภาทนายความได้มีการเจรจาและทำ MOU กับ อปท.ในท้องถิ่นอื่นของประเทศไทยต่อไป