เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เดินทางมา กกต. เพื่อยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ขอให้เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ครั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ และควรตกเป็นโมฆะหรือไม่ พร้อมทั้งนำช่อดอกไม้มามอบให้กำลังใจ กกต. เสียงข้างน้อย 2 คน คือ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายชาย นครชัย
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ กกต. ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะข้อเท็จจริงในขณะนี้ชัดเจนจนยุติแล้วว่า ในกระบวนการการเลือก สว. มีการจัดทำโพย และมีการดำเนินคดีกับคนในโพยจริง ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 33 ที่กำหนดชัดเจนว่าการเลือกตั้งต้องเป็นความลับ คำว่าความลับหมายถึงผู้ลงคะแนนต้องมีอิสระ ปราศจากการสั่งการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ มีกลุ่มอำนาจคอยชี้เป้าสั่งให้เลือก สังเกตได้จากตอนนับคะแนนที่ผู้ชนะนั่งเฉย ไม่ตื่นเต้น เพราะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะได้รับเลือก เมื่อการเลือกตั้งไม่เป็นความลับและไม่เป็นอิสระ กระบวนการทั้งหมดจึงต้องตกเป็นโมฆะ
นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า ตนยังตั้งคำถามถึงกรณีที่ประธาน กกต. ปัดตกพยานหลักฐานในคดีฮั้ว สว. โดยอ้างเพียงว่าพยานบุคคล 3 คนกลับคำให้การ ทั้งที่พยานทั้ง 3 คนนี้ เคยให้การอย่างเป็นอิสระมาแล้วถึง 2 ครั้ง ทั้งในชั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และชั้นคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ของ กกต. แต่เพิ่งจะมาอ้างในภายหลังว่าถูกชายไม่ทราบชื่อข่มขู่ ซึ่งฟังไม่ขึ้น เพราะพยานเป็นถึง สส. และ สว. อีกทั้งคำให้การเดิมยังสอดคล้องกับพยานหลักฐานจริงของเจ้าหน้าที่ เช่น ประวัติการใช้โทรศัพท์ติดต่อกับเจ๊ใหญ่เมืองอำนาจเจริญ และเส้นทางการโอนเงินไปยังเครือข่าย จ.สุราษฎร์ธานี กกต. จึงไม่ควรตัดพยานหลักฐานทิ้งทั้งหมด
นายภัทรพงศ์ ชี้แจงในประเด็นข้อกฎหมายว่า ประธาน กกต. กำลังใช้กฎหมายผิดประเภท เพราะการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานแบบคดีอาญาที่ต้องรอให้สิ้นข้อสงสัยนั้น มีอำนาจทำได้เฉพาะขั้นตอนก่อนประกาศรับรองผลเท่านั้น แต่เมื่อ กกต. รับรองให้เป็น สว. ไปแล้ว ต้องยึดตามมาตรา 62 คือหากพบพฤติการณ์หรือหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม กกต. มีหน้าที่ส่งสำนวนให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดทันที จะมาใช้อำนาจตัดตอนสำนวนทิ้งเองไม่ได้
ทั้งนี้เตือนว่านับจากนี้อีก 3 เดือน จะมีผู้เกี่ยวข้องทั้งในฝั่ง กกต. และ สว. เกิดความเครียดอย่างหนักแน่นอน และตนจะใช้สิทธิยื่นฟ้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ล้มกระดานการเลือก สว. ชุดนี้ด้วยตนเอง



