น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า จากการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเสนอวาระครบรอบ 150 ปีชาตกาล ครูบาศรีวิชัย เพื่อให้องค์การยูเนสโกรับรองและการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง ครั้งที่ 1/2569 ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการเสนอวาระครบรอบ 150 ปีชาตกาล ครูบาศรีวิชัย ต่อองค์การยูเนสโก พร้อมพิจารณาเอกสาร Annex II (Form for the Submission of Anniversary Proposals) และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมความพร้อมจัดส่งเอกสารฉบับสมบูรณ์ต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (Thai National Commission for UNESCO) ภายในเดือน ต.ค. 2569 จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอน โดยกำหนดเสนอรายชื่อไปยังองค์การยูเนสโกภายในวันที่ 1 ธ.ค. 2569 ก่อนเข้าสู่การพิจารณาขององค์การยูเนสโกในปี 2570 และหากได้รับความเห็นชอบ จะดำเนินการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง วาระครบรอบ 150 ปีชาตกาล ครูบาศรีวิชัย ระหว่างเดือน ม.ค.-ธ.ค. 2571 เพื่อเผยแพร่ประวัติ ผลงาน คุณูปการและ “วิถีครูบาศรีวิชัย” สู่ประชาคมโลก ตลอดจนสืบสานพลังแห่งศรัทธา คุณธรรม และจิตอาสาให้เป็นคุณค่าที่เชื่อมโยงผู้คนและสังคมอย่างยั่งยืน

น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อไปว่า สำหรับสาระสำคัญของเอกสารที่เตรียมเสนอต่อองค์การยูเนสโก มุ่งสะท้อนคุณูปการของครูบาศรีวิชัยที่เชื่อมโยงกับพันธกิจขององค์การยูเนสโก 2 ด้าน ได้แก่ ด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (Social and Human Sciences) จากบทบาทในการเผยแผ่หลักธรรม สร้างความเชื่อมโยง และความกลมเกลียวในสังคม และด้านวัฒนธรรม (Culture) จากการรวมพลังศรัทธาของประชาชนในการพัฒนาชุมชน บูรณปฏิสังขรณ์วัดและโบราณสถาน ตลอดจนสร้างสาธารณประโยชน์ อันมีส่วนสำคัญต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างการรับรู้ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิ พิธีรำลึกครบรอบ 91 ปี การเปิดถนนขึ้นดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ กิจกรรม “ธรรมยาตราเดินเทสสันถี ตามวิถีครูบา สู่บุคคลสำคัญของโลก” จ.ลำพูน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการกับนักวิชาการต่างประเทศ และการพัฒนาเว็บไซต์อย่างเป็นทางการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นช่องทางเผยแพร่ประวัติ ผลงาน และคุณูปการของครูบาศรีวิชัยสู่สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

รมว.วธ. กล่าวด้วยว่า การเสนอวาระครั้งนี้มุ่งเผยแพร่คุณูปการของครูบาศรีวิชัย หรือ “นักบุญแห่งล้านนา” ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะบทบาทด้านการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา การสร้างเครือข่ายทางศีลธรรมและจริยธรรม การพัฒนาชุมชนและศาสนสถาน ตลอดจนการรวมพลังศรัทธาและจิตอาสาของประชาชน ดังปรากฏจากการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพโดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐ และการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถานหลายแห่งในภาคเหนือ ซึ่งกรมการศาสนาในฐานะเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการได้สนับสนุนงบประมาณและประสานการดำเนินงานโดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ คณะสงฆ์ สถาบันการศึกษา นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อศึกษา สืบค้น และรวบรวมข้อมูลประวัติ ผลงาน และคุณูปการของครูบาศรีวิชัยให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ขององค์การยูเนสโก โดยมีคณะอนุกรรมการ 4 คณะ ร่วมขับเคลื่อน ที่ผ่านมาคณะทำงานได้ลงพื้นที่สืบค้นข้อมูลทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้แก่ ลาว เมียนมา และจีน รวมถึงประสานความร่วมมือกับนักวิชาการและเครือข่ายในต่างประเทศ เพื่อรวบรวมข้อมูลที่สะท้อนถึงคุณูปการและอิทธิพลของ “วิถีครูบาศรีวิชัย” ในมิติที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน วัดไทยในหลายประเทศได้นำหลักธรรมและแนวทางตามวิถีครูบาศรีวิชัยไปเผยแผ่และประยุกต์ใช้ด้วย



