สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า นายปีเตอร์ แซนด์ส ผู้อำนวยการกองทุนโลกเพื่อการต่อสู้โรคเอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย กล่าวว่า กองทุนโลกได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันสถานการณ์เลวร้ายที่สุด หลังสหรัฐและประเทศร่ำรวยอื่น ๆ ได้ตัดลดงบประมาณช่วยเหลือลงอย่างมาก

รายงานประจำปีของกองทุนโลก ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงานในกว่า 100 ประเทศ ระบุว่า โครงการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่ยังคงดำเนินต่อไปได้ แม้จะมีการตัดลดงบประมาณ

มีผู้ได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านคน เป็น 26.9 ล้านคนในปี 2568 ขณะที่ผู้ป่วยวัณโรคจำนวน 7.4 ล้านคนได้รับการรักษา ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจากปีก่อนหน้า ส่วนการแจกจ่ายมุ้งชุบสารเคมี เพื่อป้องกันโรคมาลาเรียเพิ่มขึ้นจาก 162 ล้านหลัง เป็น 196 ล้านหลัง

ทั้งนี้ สถานการณ์ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน เช่น โครงการเกี่ยวกับวัณโรคประสบปัญหาหยุดชะงัก ในด้านการค้นหาและวินิจฉัยโรค ส่วนการรับมือกับโรคมาลาเรียเผชิญปัญหาการขาดแคลนยา และความล่าช้าในโครงการรณรงค์ป้องกันโรค

ในส่วนของการป้องกันเอชไอวี จำนวนผู้ที่เข้าถึงยาป้องกันก่อนการสัมผัสโรค หรือเพร็พ (PrEP) ลดลงอีก 300,000 คน เมื่อเทียบกับปี 2567 เหลือ 1.1 ล้านคนในปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี แซนด์สเสริมว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบของการตัดลดงบประมาณ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวจะยังไม่ปรากฏให้เห็น จนกว่าจะผ่านไปอีกหลายเดือน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES