สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่า ผลการค้นพบในรายงานฉบับใหม่ของคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระระหว่างประเทศเกี่ยวกับอิหร่าน ซึ่งจะส่งไปยังคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ตรวจสอบพฤติกรรมของสหรัฐในระหว่างสงครามอิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อเดือน ก.พ. และการตอบสนองของรัฐบาลอิหร่านต่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งเริ่มต้นในช่วงปลายเดือน ธ.ค. 2568
ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า พวกเขาพบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่ากองกำลังสหรัฐ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีโรงเรียนประถมชาจาเรห์ ตัยยิเบห์ ในเมืองมินาบ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 150 ราย รวมถึงเด็กนักเรียนประมาณ 120 คน ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่อิหร่าน
UN mission finds grounds to believe US committed war crimes in Iran, and Tehran crimes against humanity https://t.co/C9QuBUDS6y https://t.co/C9QuBUDS6y
— Reuters (@Reuters) September 17, 2026
คณะทำงานสรุปว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย ทำให้พลเรือนเสียชีวิต และโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนเสียหาย ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมสงครามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ โดยสหรัฐอาศัยข้อมูลข่าวกรองที่บ่งชี้ว่า มีผู้บัญชาการทหารระดับสูงของอิหร่านอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ล้มเหลวในการตรวจสอบข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนที่จะทำการโจมตี
ขณะเดียวกัน ทางการอิหร่านยังได้โจมตีพลเรือนอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ ระหว่างการประท้วงที่ปะทุขึ้นในปลายเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฆ่าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย การทรมาน การกักขังโดยพลการ การหายตัวไปโดยบังคับ และการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างรุนแรง
รายงานระบุว่า การตอบสนองของรัฐบาลต่อการประท้วง ซึ่งรวมถึงความรุนแรงและการสังหาร การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต และการใช้โทษประหารชีวิต ถือเป็นการยกระดับการปราบปรามผู้เห็นต่างอย่างมีนัยยะสำคัญจากเดิม.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



