สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่า ผลการค้นพบในรายงานฉบับใหม่ของคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระระหว่างประเทศเกี่ยวกับอิหร่าน ซึ่งจะส่งไปยังคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ตรวจสอบพฤติกรรมของสหรัฐในระหว่างสงครามอิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อเดือน ก.พ. และการตอบสนองของรัฐบาลอิหร่านต่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งเริ่มต้นในช่วงปลายเดือน ธ.ค. 2568

ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า พวกเขาพบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่ากองกำลังสหรัฐ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีโรงเรียนประถมชาจาเรห์ ตัยยิเบห์ ในเมืองมินาบ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 150 ราย รวมถึงเด็กนักเรียนประมาณ 120 คน ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่อิหร่าน

คณะทำงานสรุปว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย ทำให้พลเรือนเสียชีวิต และโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนเสียหาย ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมสงครามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ โดยสหรัฐอาศัยข้อมูลข่าวกรองที่บ่งชี้ว่า มีผู้บัญชาการทหารระดับสูงของอิหร่านอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ล้มเหลวในการตรวจสอบข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนที่จะทำการโจมตี

ขณะเดียวกัน ทางการอิหร่านยังได้โจมตีพลเรือนอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ ระหว่างการประท้วงที่ปะทุขึ้นในปลายเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฆ่าโดยมิชอบด้วยกฎหมาย การทรมาน การกักขังโดยพลการ การหายตัวไปโดยบังคับ และการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างรุนแรง

รายงานระบุว่า การตอบสนองของรัฐบาลต่อการประท้วง ซึ่งรวมถึงความรุนแรงและการสังหาร การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต และการใช้โทษประหารชีวิต ถือเป็นการยกระดับการปราบปรามผู้เห็นต่างอย่างมีนัยยะสำคัญจากเดิม.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS