สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ว่า การขายเครื่องบินขับไล่ครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างนัยสำคัญของสหรัฐ ซึ่งอาจเปลี่ยนสมดุลอำนาจทางทหารในตะวันออกกลาง และทดสอบนิยามของรัฐบาลวอชิงตัน ในการรักษา “ความได้เปรียบทางทหารเชิงคุณภาพ” ของประเทศพันธมิตรอย่างอิสราเอล

ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียยื่นคำขอซื้อเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 โดยตรงต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เมื่อช่วงต้นปี 2568 และมีความสนใจในเครื่องบินรบของล็อกฮีด มาร์ติน มาเป็นเวลานานแล้ว

ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า การขายเครื่องบินมูลค่าประมาณ 24,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 808,500 ล้านบาท) ซึ่งยังต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส จะรวมถึงเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 จำนวน 48 ลำ และเครื่องยนต์ของบริษัท แพรตต์ แอนด์ วิตนีย์ จำนวน 49 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์สื่อสาร ชิ้นส่วนอะไหล่ และสิ่งของสนับสนุนอื่น ๆ

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำสหรัฐ ระบุบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ แสดงความยินดีกับการขายเครื่องบินรบที่รัฐบาลวอชิงตันเสนอ โดยอธิบายว่าเป็นก้าวต่อไปของความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างสองประเทศ

“การเสนอขายเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยั่งยืนของการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับสหรัฐ และความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศของเรา” สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำสหรัฐ ระบุทิ้งท้าย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS