นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานรับฟังการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบ Video Conference พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ อินทโชติ และนายบุญธรรม ถาวรทัศนกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายพีรพล ลือล่า ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา นายสาครินทร์ จำปา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทรา หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม  โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ร่วมมอบนโยบายและข้อสั่งการสำคัญในการปฏิบัติราชการ

สำหรับประเด็นสำคัญที่กำชับให้จังหวัดและอำเภอดำเนินการ ได้แก่ การเตรียมความพร้อมจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การกำกับดูแลคนต่างด้าวและการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินี การบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและการจัดระเบียบสังคมร่วมกับฝ่ายตำรวจ การกำกับดูแลด้านการข่าวและป้องกันข้อมูลรั่วไหล ตลอดจนการควบคุมการพกพาและการอนุญาตอาวุธปืนอย่างเคร่งครัด  นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องกันและเฝ้าระวังภัยพิบัติ การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ การตรวจสอบและเฝ้าระวังการจัดตั้งศูนย์ Data Center รวมถึงการสำรวจโรงแรมและสถานบริการให้ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีใบอนุญาตครบถ้วน

ทั้งนี้ จังหวัดฉะเชิงเทราได้รายงานผลการดำเนินงานในประเด็นสำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีการจัดตั้งสุสานและฌาปนสถานของชาวต่างชาติ ซึ่งจังหวัดได้มีคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเคลื่อนย้ายศพที่ฝังหรือเก็บไว้ในพื้นที่ Jewish Cemetery Thailand ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยบริษัท กาน ชาบาด จำกัด ได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายศพทั้ง 4 ศพออกจากพื้นที่แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 พร้อมกันนี้ จังหวัดได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการออกใบอนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถานดังกล่าวแล้ว ส่วนกรณีสถานประกอบการที่เข้าข่ายกระทำความผิดเกี่ยวกับการตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดฉะเชิงเทราได้ดำเนินการตามอำนาจทางปกครอง โดยมีคำสั่งปิดสถานประกอบการเป็นเวลา 5 ปี และดำเนินการตรวจสอบผู้ใหญ่บ้านที่มีมูลเกี่ยวข้องกับสถานประกอบการดังกล่าว ซึ่งจังหวัดได้มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านเรียบร้อยแล้ว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้รับทราบนโยบายและข้อสั่งการ พร้อมกำชับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้บูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด