พืชล้มลุกอายุหลายปี เหง้ามีกลิ่นหอม ใบเดี่ยว เรียงสลับซ้ายขวา ดอกออกเป็นช่อจากเหง้าใต้ดิน ดอกสีเหลืองแทรกอยู่ในใบประดับ สีเขียวอ่อนแกมขาว ออกดอกช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม ขยายพันธุ์ โดยการแยกเหง้าใต้ดิน
ขมิ้น มีประโยชน์หลากหลาย เช่นเป็นสารต้านการอักเสบตามธรรมชาติ เพราะสารต้านการอักเสบตามธรรมชาติที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ พร้อมเสริมความแข็งแรงให้ร่างกาย นอกจากนี้ยังมีส่วนในการยับยั้งและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง อัลไซเมอร์ เพิ่มความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย อนุมูลอิสระ คือตัวแปรหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย การกินขมิ้นชันซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระทรงประสิทธิภาพ จึงสามารถต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย
ป้องกันและควบคุมการลุกลามของมะเร็ง การกินขมิ้นชันควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์ จะช่วยลดการเจริญเติบโตรวมถึงการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ แต่ควรกินอย่างต่อเนื่อง
รักษาอาการของผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ ในปัจจุบันโรคข้ออักเสบ คือหนึ่งในโรคที่คนไทยโดยเฉพาะผู้สูงอายุเป็นกันมากขึ้น เพื่อบรรเทาอาการ และลดการอักเสบของข้อ ขมิ้นชันจึงเป็นตัวช่วยจากธรรมชาติที่สามารถแทนการใช้ยาแก้ปวดที่ไม่มีส่วนประกอบของสเตียร์รอยได้ เนื่องจากไม่มีข้างเคียงและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร
มีส่วนช่วยรักษาอาการซึมเศร้า มีงานวิจัยระบุว่าสารเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชันสามารถเพิ่มสารสื่อประสาทในสมองอย่างเซโรโทนินและโดพามีนได้ โดยมีการทดลองใช้กับกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจำนวน 60 คน พบว่า หลังจากผ่านไป 6 สัปดาห์ กลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ยาแผนปัจจุบันร่วมกับเคอร์คูมิน มีอาการดีขึ้นกว่ากลุ่มที่ได้รับเพียงยาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียว ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย หนึ่งในสารประกอบของเคอร์คูมินอยด์สามารถลดการจับตัวของไวรัสกับผนังเซลล์ในร่างกาย และลดการเพิ่มจำนวนเชื้อไวรัสได้ จึงช่วยลดความรุนแรงของเชื้อที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายได้นั่นเอง
ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการรักษา และลดอาการอักเสบ รวมถึงเป็นตัวป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้สารเคอร์คูมินอยด์ในขมิันชันยังมีส่วนช่วยให้ระบบการย่อยอาหารดีขึ้น บรรเทาอาการจุกเสียด และกระตุ้นร่างกายให้หลั่งสารเคลือบกระเพาะอาหารออกมา จึงสามารถช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สารเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชันมีส่วนช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยมีการศึกษาจากการแบ่งกลุ่มตัวอย่างผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 240 คนออกเป็น 2 กลุ่มเท่าๆ กัน และให้กลุ่มที่ 1 รับประทานยาหลอก ส่วนอีกกลุ่มให้รับประทานขมิ้นชัน เป็นเวลา 9 เดือน พบว่ากลุ่มที่รับประทานสารเคอร์คูมินตรวจไม่พบโรคเบาหวาน ในขณะที่กลุ่มรับประทานยาหลอกพบโรคเบาหวานอยู่ที่ 16.4% จากผลการทดลองอาจสรุปได้ว่าสารเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นอาจเป็นประโยชน์ และมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงการโรคเบาหวานได้.



