เมื่อวันที่ 21 ก.ย.จากกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ กรณีรถยนต์เก๋งขับด้วยความเร็วบนถนนในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และขับเข้าไปในระยะกระชั้นชิด ขณะที่ “พ่องาทอง” และ “น้องต้นกล้า” ช้างป่าพ่อลูกกำลังเดินข้ามถนน ส่งผลให้ลูกช้างเกิดอาการตื่นตกใจและวิ่งเตลิด ขณะที่รถเกือบพุ่งชนพลายงาทอง อีกทั้งนักท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าวต้องกระโดดหลบด้วยความตกใจ

ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ กล่าวว่า ปัญหาช้างป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ช่วงหลังเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ โดยเฉพาะแนวทางการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสม ทั้งในด้านการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน

ก่อนหน้านี้เคยเกิดกรณีการปาประทัดใส่ “พลายสาลิกา” ซึ่ง TSPCA มูลนิธิเพื่อนช้าง โดย น.ส.โซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งมูลนิธิและผู้ริเริ่มสร้างโรงพยาบาลช้างแห่งแรกของโลกที่ จ.ลำปาง สมาคมสงเคราะห์สัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ล้านนาด็อกเวลแฟร์ และองค์กรเครือข่าย เคยยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเร่งรัดการพิจารณาสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติบางชนิด ซึ่งมีความใกล้ชิดกับมนุษย์และเกิดเหตุแห่งการทารุณกรรมบ่อยครั้ง ให้ได้รับการคุ้มครองเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557

ล่าสุด กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ได้มีหนังสือเลขที่ กษ. 0625.03/18638 ลงวันที่ 9 ก.ย. 2569 ลงนามโดยรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมปศุสัตว์ ชี้แจงประเด็นดังกล่าว โดยสรุปว่า

ประเด็นแรก ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ 126 ตามกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2563 ดังนั้น การกระทำที่เข้าข่ายความผิดต่อสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 19 (3) แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีบทลงโทษตามมาตรา 43 จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเป็นอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย

ประเด็นที่สอง กรณีการเร่งรัดพิจารณานิยามสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 เพื่อให้ครอบคลุมสัตว์ป่าบางชนิด รวมถึงสัตว์ป่าที่นำเข้าจากต่างประเทศบางชนิด ซึ่งมีความใกล้ชิดกับมนุษย์และเกิดเหตุแห่งการทารุณกรรมบ่อยครั้งนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทบทวนร่างประกาศให้มีความรอบด้านและรัดกุมมากยิ่งขึ้น หลัง TSPCA และองค์กรเครือข่ายด้านสวัสดิภาพสัตว์ผลักดันเรื่องดังกล่าวมานานกว่า 10 ปี

สำหรับกรณี “พ่องาทอง” และ “น้องต้นกล้า” ขณะนี้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นำโดยนายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ดำเนินการออกหนังสือเรียกตัวผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว และสืบสวนจนทราบข้อมูล พร้อมออกหนังสือเรียกตัวเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยพบว่าผู้ขับขี่เป็นอดีตข้าราชการเกษียณ และมีการตั้งข้อกล่าวหาหลายประเด็น อาทิ ฝ่าฝืนระเบียบการเข้าใกล้ช้างป่าในระยะน้อยกว่า 50 เมตร การคุกคามสัตว์ป่า และการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน

ดร.สาธิต กล่าวว่า TSPCA และองค์กรเครือข่ายด้านสวัสดิภาพสัตว์จะยังคงติดตามการแก้ไขปัญหาทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์อย่างถูกวิธี เนื่องจากนอกจากสุนัขและแมวซึ่งเป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดกับมนุษย์และจำเป็นต้องได้รับการป้องกันการทารุณกรรมแล้ว ยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่อาจไม่ได้รับความสนใจหรือการคุ้มครองเท่าที่ควร แต่ควรได้รับการเอาใจใส่เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ โดยบางกรณีอาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้เจตนา หรือเกิดจากความตั้งใจที่จะทำสิ่งที่คิดว่าเป็นผลดีต่อสัตว์ แต่ท้ายที่สุดกลับส่งผลกระทบในทางลบ จึงเป็นแนวทางของ TSPCA ที่ต้องการผลักดันการคุ้มครองสัตว์ให้ครอบคลุมหลากหลายชนิด รวมถึงการจัดสวัสดิภาพและลดปัญหาการทารุณกรรมสัตว์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “เพื่อสวัสดิภาพสัตว์ สู่สวัสดิภาพคน”