สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ว่า รัฐบาลริยาดร้องขอการสนับสนุน หลังกองกำลังฮูตีที่ควบคุมพื้นที่ประชากรหนาแน่นที่สุดของเยเมน ยกระดับการโจมตีซาอุดีอาระเบีย นับเป็นแนวรบใหม่ในสงครามวงกว้างที่เริ่มต้นจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน ในช่วงปลายเดือน ก.พ.

“เราได้รับคำขอการสนับสนุนทางทหารจากราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ซึ่งตามคำแนะนำของ รมว.กลาโหมสหราชอาณาจักร และ รมว.การต่างประเทศสหราชอาณาจักร ผมจึงตกลงตอบรับคำขอสำหรับการเติมเชื้อเพลิงเครื่องบินกลางอากาศเพื่อภารกิจป้องกันตนเอง” เบิร์นแฮม กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางไปยังนครนิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) 

นอกจากนี้ เบิร์นแฮมกล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากซาอุดีอาระเบียประสบกับการโจมตี และมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาเส้นทางเหล่านั้นให้เปิดใช้งานได้ต่อไป รัฐบาลลอนดอนจึงตกลงรับคำขอจากรัฐบาลริยาด

อนึ่ง สหราชอาณาจักรและซาอุดีอาระเบีย เป็นพันธมิตรทางทหารที่ใกล้ชิดกันมานานหลายสิบปี โดยสหราชอาณาจักรถือเป็นหนึ่งในผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย

“ข้อตกลงความช่วยเหลือที่เราจะมอบให้นั้นมีระยะเวลาจำกัด แต่เราจะคอยทบทวนสถานการณ์อยู่ตลอด” เบิร์นแฮม กล่าว พร้อมกับเสริมว่า สหราชอาณาจักรมีบทบาทในตะวันออกกลาง ด้วยการสนับสนุนความพยายามที่จะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้บริการตามปกติ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS