สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ว่า สำหรับนายโอ เซ-ฮุน นายกเทศมนตรีกรุงโซล พื้นที่โล่งตามแผนงานนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพื้นที่สีเขียวของเมืองหลวงเกาหลีใต้ ซึ่งต้องอาศัยการปรับปรุงพื้นที่ขนาด 300 เฮกตาร์ เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม
โอกล่าวกับรอยเตอร์สว่า เขาจะไม่ยอมเสียพื้นที่ของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สุด “แม้แต่เซนติเมตรเดียว” ให้กับโครงการอาคารที่พักอาศัยสูงระฟ้า ที่ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ ต้องการสร้าง เพื่อหวังแก้ปัญหาราคาบ้านที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของเขา
เขากล่าวอีกว่า เรายังคงมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องสวนสาธารณะยงซาน อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถยอมรับได้ ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม หากพื้นที่นี้จะถูกใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย

ความขัดแย้งระหว่างทั้งสอง สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาหนักใจด้านนโยบายผังเมืองทั่วโลก ซึ่งก็คือคำถามที่ว่า เมืองขนาดใหญ่จะจัดการกับปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยอย่างรุนแรงได้อย่างไร โดยไม่ทำลายคุณภาพชีวิตและสุขภาวะทางสิ่งแวดล้อม
ด้วยความหนาแน่นของประชากรถึง 16,000 คนต่อตารางกิโลเมตร กรุงโซลจึงมีความหนาแน่นยิ่งกว่าลอนดอน นิวยอร์ก หรือโตเกียว ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อทั้งภาคที่อยู่อาศัย และพื้นที่สีเขียว
ผลสำรวจของแกลลัพ โคเรีย เมื่อวันศุกร์ (18 ก.ย.) ระบุว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีอี ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 37% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยมีนโยบายด้านอสังหาริมทรัพย์เป็นปัจจัยหลัก ที่ทำให้ประชาชนไม่พอใจ
ข้อมูลจากคณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์แห่งเกาหลี ระบุว่า ราคาอพาร์ตเมนต์ในกรุงโซล ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องยาวนานถึง 86 สัปดาห์ จนถึงสัปดาห์แรกของเดือน ก.ย. ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด

พรรคประชาธิปไตยเกาหลีใต้ของอี กวาดชัยชนะในการเลือกตั้งท้องถิ่นส่วนใหญ่เมื่อเดือน มิ.ย. แต่กลับเผชิญกับความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญ เมื่อโอจากพรรคอนุรักษนิยมชนะการเลือกตั้ง และได้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีกรุงโซลอีกสมัย ส่งผลให้นโยบายของประธานาธิบดีเสี่ยงต่อการถูกต่อต้านโดยตรง และเกิดภาวะชะงักงันจากการดำเนินงานของรัฐบาลท้องถิ่น
พื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใกล้แม่น้ำฮัน ที่ไหลผ่านใจกลางกรุงโซล มีแผนจะถูกพัฒนาให้เป็นสวนสาธารณะสำหรับประชาชน หลังเคยใช้เป็นฐานทัพทหารมานานกว่าศตวรรษ โดยเริ่มจากการเป็นฐานทัพของญี่ปุ่นในสมัยที่เคยถูกยึดครอง และกลายเป็นฐานทัพของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของเกาหลีใต้ ในยุคหลังสงคราม
ทว่าในเดือน ส.ค. อีได้เสนอให้มีการก่อสร้างอาคารอพาร์ตเมนต์ในพื้นที่บางส่วน รวมถึงเสนอให้ยกเลิกมาตรการคุ้มครองพื้นที่สีเขียว และสนามกอล์ฟในเขตชานกรุงโซล เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับสร้างที่อยู่อาศัยในเมืองหลวง อย่างไรก็ดี การจะสร้างที่อยู่อาศัยในพื้นที่สวนสาธารณะแห่งนี้ จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
ในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ (18 ก.ย.) อีได้โต้กลับข้อวิจารณ์ต่อนโยบายด้านอสังหาริมทรัพย์ของเขา โดยระบุว่า สาเหตุส่วนหนึ่งของการขาดแคลนอพาร์ตเมนต์มาจากรัฐบาลท้องถิ่นของกรุงโซลในยุคของโอ ซึ่งจำนวนการออกใบอนุญาต และการเริ่มก่อสร้างอาคารลดลงไปถึงครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านั้น
Seoul’s green space a battleground for mayor and South Korea’s president https://t.co/i2yApymOL9
— The Straits Times (@straits_times) September 22, 2026
ในขณะเดียวกัน โอเป็นหนึ่งในหลายฝ่ายที่มองว่า มาตรการจำกัดสินเชื่อที่อยู่อาศัย และการขึ้นภาษีที่อีนำมาใช้นั้น เป็นต้นเหตุของวิกฤติที่อยู่อาศัย โดยให้เหตุผลว่า การลดอำนาจในการกู้ยืมเงิน ไม่ได้ช่วยชะลอความต้องการซื้อบ้าน แต่กลับส่งผลให้ค่าเช่าที่พักอาศัยพุ่งสูงขึ้นแทน
มาตรการจำกัดสินเชื่อส่งผลกระทบอย่างหนักต่อคนหนุ่มสาวที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรก เนื่องจากเอื้อให้ผู้ที่มีฐานะร่ำรวยและมีเงินสดจำนวนมาก ขณะที่คนหนุ่มสาวที่ไม่มีเงินก้อน กลับสูญเสียโอกาสในการซื้อบ้านหลังแรกไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อถูกถามว่าเหตุใดสวนสาธารณะแห่งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โอได้บรรยายลักษณะของเมืองหลวงแห่งนี้ว่าเป็น “เมืองแห่งสายน้ำและขุนเขา” แต่กลับยังขาดแคลนพื้นที่สีเขียว โดยที่ประชาชนถึง 60% อาศัยอยู่ในอาคารอพาร์ตเมนต์ พร้อมทั้งเสริมว่า ชาวโซลมีพื้นที่สีเขียวเพียง 1 ใน 4 ของปริมาณที่ชาวลอนดอนได้รับ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



