เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องร้อนในโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ กลายเป็นประเด็นทันที หลัง น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี พา ด.ช.บี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนดังกล่าว เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ อีกครั้ง เพื่อนำใบตรวจร่างกายและหลักฐานเพิ่มเติม หลังบุตรชายเข้าแจ้งความกล่าวหาครูพละ ที่ได้รับรางวัลครูผู้สอนดีเด่น ระดับจังหวัด ใช้กำลังทำร้ายระหว่างเรียนวิชาพลศึกษา แต่เรื่องไม่ได้จบเพียงคดีเดียว เพราะวันนี้ยังมีผู้ปกครองพา ด.ญ.โฟกัส (สงวนชื่อสกุลจริง) ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนห้องเดียวกัน เข้าแจ้งความเพิ่มอีก 1 คดี โดยอ้างว่าถูกครูพละคนเดียวกันใช้มือตบศีรษะอย่างรุนแรงในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน กลายเป็นนักเรียน 2 รายที่เข้าแจ้งความกล่าวหาครูคนเดียวกันต่อพนักงานสอบสวน

โดยเหตุการณ์ของ ด.ญ.โฟกัส ผู้ปกครองให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุเด็กกำลังเข้าเรียนวิชาพลศึกษา โดยครูคนดังกล่าว เป็นผู้สอน และเรียกนักเรียนเข้าแถวเพื่อเตรียมฝึกกีฬาวอลเลย์บอล แต่เข้าแถวผิดแนว จึงถูกครูนำลูกวอลเลย์บอลขว้างใส่ 2 ครั้ง แต่ไม่ถูก ก่อนเดินเข้าไปหาแล้วใช้มือตบเข้าศีรษะ

ขณะที่ ด.ช.บี เล่าว่า เหตุเกิดหลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ถูกครูคนเดิมสั่งให้เดาะลูกวอลเลย์บอลเพื่อทำคะแนน จึงถามถึงกติกาว่าต้องเดาะกี่ครั้งจึงจะได้คะแนน ก่อนถูกสั่งให้เดาะลูกต่อไป แต่ระหว่างที่กำลังทำตามคำสั่ง ครูกำหมัดต่อยเข้าบริเวณขมับจนใบหน้าสะบัด และที่ทำให้เกิดความหวาดกลัวมาก คือ หลังเกิดเหตุครูพูดในลักษณะข่มขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกหรือฟ้องใคร พร้อมอ้างว่าจะมีนักเลงมาทำร้ายซ้ำหากนำเรื่องไปเปิดเผย จึงไม่กล้าพูดในทันที ก่อนตัดสินใจเล่าเรื่องให้บิดาและมารดาฟัง กระทั่งพาไปพบแพทย์และเข้าแจ้งความ

ล่าสุดวันนี้ น.ส.เอ นำใบตรวจร่างกายของบุตรชายมอบให้พนักงานสอบสวนเป็นหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมยืนยันต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กหญิงอีกคนก็เข้าแจ้งความเพิ่มเติมในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับครูคนเดียวกัน

จากนั้น พ.ต.อ.ภูมิรพี ผลาภูมิ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.พรชัย ขุนพิลึกลือเดช รอง ผกก.สืบสวน เชิญผู้ปกครอง นักเรียนทั้งสองราย และครูพละที่ถูกกล่าวหาเข้าพูดคุยเพื่อรับฟังข้อมูลเบื้องต้นจากทุกฝ่าย หลังจากนั้นได้มีประกาศจากโรงเรียนโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าได้สั่งพักงานครูออกจากระบบการเรียนการสอนทั้งหมด และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองรายไม่พอใจกับเนื้อหาในประกาศของโรงเรียน โดยเฉพาะการระบุลักษณะเหตุการณ์ว่าเป็นอุบัติเหตุ เพราะฝ่ายผู้ปกครองยืนยันว่าเด็กทั้งสองไม่ได้มองว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่เป็นเหตุที่ต้องได้รับการตรวจสอบและรับผิดชอบตามกระบวนการ

น.ส.เอ กล่าวว่า แม้โรงเรียนจะสั่งพักงานครูแล้ว แต่ยังรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยและสภาพจิตใจของลูก เกรงว่าจะถูกมองเป็นแกะดำหลังจากนี้ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินเรื่องให้ถึงที่สุด และไม่ต้องการให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับนักเรียนคนอื่นอีก

ด้านครูพละที่ถูกกล่าวหา ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า รักและเอ็นดูลูกศิษย์ทุกคน การทำโทษที่ผ่านมาเป็นลักษณะหยอกล้อและทำเป็นประจำ ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายนักเรียน และไม่คาดคิดว่าจะทำให้เด็กทั้งสองเข้าใจว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย

พ.ต.ท.พรชัย ขุนพิลึกลือเดช รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองรายยืนยันประสงค์ดำเนินคดีกับครู พนักงานสอบสวนจึงรับแจ้งและดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย 2 คดี โดยเบื้องต้นเป็นความผิดลหุโทษในกรณีใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น แต่การกระทำยังไม่ถึงขั้นเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท ส่วนบทลงโทษทางวินัยและมาตรการภายในโรงเรียน อยู่ระหว่างการดำเนินการของโรงเรียนต้นสังกัด ขณะที่ตำรวจจะรวบรวมหลักฐาน สอบปากคำเด็ก ผู้ปกครอง ครู และพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป