เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.30 น. ของวันที่ 24 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง) ณ โถงประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (General Assembly Hall) ชั้น 2 อาคารสมัชชาสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวอภิปรายทั่วไป ภายใต้หัวข้อ “Restoring Trust, Managing Transformation: A United Nations that Delivers for All” ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ย้ำจุดยืน “ปฏิรูปสหประชาชาติ” เพิ่มเสียงที่เท่าเทียมของนานาชาติ ฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อระบบพหุภาคี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

โดยนายกฯ กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติก่อตั้งขึ้นมาครบ 80 ปี ประเทศไทยเข้าร่วม ไทยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปองค์การสหประชาชาติ โดยเริ่มต้นจากมีความไว้เนื้อเชื่อใจ และความไว้เนื้อเชื่อใจนี้ต้องไม่ได้เกิดจากการบังคับ ความไว้เนื้อเชื่อใจสามารถสร้างได้จากการรวมกลุ่มย่อย ขยายเป็นกลุ่มใหญ่ ประเทศที่ไม่เคยมีเสียง ก็จะได้รับการส่งเสียง ขณะที่ สันติภาพเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสันติภาพในนิยามของไทย ไม่ใช่แค่ปราศจากสงคราม ต้องมีการร่วมมืออย่างสร้างสรรค์

นายกฯ ยังกล่าวถึงความขัดแย้งทั่วโลก ทั้งปาเลสไตน์ การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านการเจรจาทวิภาคี ย้ำกระบวนการภายใต้ UNCLOS เป็นการกำหนดเขตแดนทางทะเลเท่านั้น รวมทั้งไทยสนับสนุนสันติภาพและการปรองดองแห่งชาติเมียนมา โดยเฉพาะไทย-กัมพูชา ทั้งนี้ ไทย ร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์

นายกฯ กล่าวย้ำว่า ระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ และการมีส่วนร่วมของทุกประเทศในการกำหนดอนาคตร่วมกัน จะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมกันสร้างความเชื่อมั่น สร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ หลังจากนายกฯ กล่าวจบ ก็ได้รับเสียงปรบมือจากประเทศต่าง ๆ รวมทั้งมีผู้แทนหลายประเทศเข้ามาร่วมแสดงความยินดีด้วย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่นายกฯ ออกมาเดินเล่นหน้าอาคารสมัชชาสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐ เนื่องจากยังไม่ถึงช่วงเวลากล่าวถ้อยแถลง มีชาวคนต่างชาติ 3 คน ได้เรียกนายกฯ ให้ถ่ายภาพให้ โดยนายกฯ ได้นำโทรศัพท์มือถือของชาวต่างชาติ กดถ่ายภาพให้อย่างเป็นกันเอง โดยที่ชาวต่างชาติไม่ทราบว่าเป็นนายกฯ.



