กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำที่ สถานีc2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ ระบุว่า มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,777 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม/วินาที) กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ด้วยการทยอยยกระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อช่วยชะลอน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนที่อาจเกิดขึ้นเร็วเกินไป ควบคู่ไปกับการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งเต็มศักยภาพโดยไม่กระทบในพื้นที่ พร้อมทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังจังหวัดด้านเหนือเขื่อนที่อาจได้รับผลกระทบ รวมกับปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,750 ลบ.ม./วินาที ให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำจากทางตอนบนและฝนที่ตกเพิ่มขึ้นในพื้นที่ พร้อมทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
แม้ขณะนี้ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนจะเริ่มลดลง แต่เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 27 ก.ย. 69 ภาคกลางจะมีฝนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณน้ำและระดับน้ำในลุ่มเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย จึงยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
นอกจากนี้ชลประทานในพื้นที่ ได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำ โดยพิจารณาข้อมูลให้รอบด้าน นำมาวิเคราะห์และประเมินแนวโน้มสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำ เกิดประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและอาคารชลประทานเป็นหลัก รวมถึงเน้นย้ำการสื่อสารและแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถเตรียมรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด



