สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ว่า กระทรวงเกษตรสหรัฐ (ยูเอสดีเอ) ระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จะกลับมาดำเนินการค้าสัตว์ที่ด่านซานตาเทเรซาในรัฐนิวเม็กซิโก หลังได้ระงับการนำเข้าจากเม็กซิโกตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของปรสิตกินเนื้อ “สกรูเวิร์ม” (screwworm)

การตรวจพบเชื้อปรสิตชนิดดังกล่าวในลูกวัวตัวหนึ่งที่รัฐเทกซัส เมื่อเดือน มิ.ย. ได้สร้างความตื่นตระหนกแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค และตลาดซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากผู้ผลิตบางรายกังวลว่า อาจเกิดการระบาดลุกลามอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การระบาดอยู่ในวงจำกัด และยูเอสดีเอระบุว่า สามารถขยายการค้ากับเม็กซิโกได้อย่างปลอดภัย แม้เม็กซิโกเองจะยังคงพบจำนวนการติดเชื้อเพิ่มขึ้นก็ตาม

มาตรการห้ามนำเข้าเมื่อก่อนหน้านี้ มีส่วนผลักดันให้ราคาเนื้อวัวบดในสหรัฐ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เกือบ 7 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ (ราว 233 บาท) เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพ แม้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะพยายามลดค่าอาหาร ด้วยการออกมาตรการและนโยบายต่างมากมาย รวมถึงการนำเข้าสินค้าโดยใช้อัตราภาษีต่ำ และการสอบสวนบริษัทแปรรูปเนื้อสัตว์

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การเปิดด่านอีกครั้งจะไม่ทำให้ราคาลดลงในทันที เนื่องจากต้องใช้เวลาประมาณ 5-8 เดือน ในการขุนโคที่นำเข้าจากเม็กซิโกให้พร้อมสำหรับการชำแหละ นอกจากนั้น ปริมาณโคในสหรัฐจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งที่ยืดเยื้อ ทำให้เกษตรกรต้องลดจำนวนฝูงโคลงอย่างต่อเนื่องตลอด 7 ปีที่ผ่านมา.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS