เมื่อวันที่ 27 ก.ย.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงพื้นที่จ.สระแก้ว เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและบัญชาการการช่วยเหลือประชาชนด้วยตนเอง พร้อมรับฟังรายงานสถานการณ์และผลการปฏิบัติงานจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ พร้อมกำชับเร่งระดมกำลังพล ยานพาหนะ เรือ และอุปกรณ์กู้ภัย เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง พร้อมสั่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและทันท่วงที

นายสุชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. ส่งผลให้หลายพื้นที่ของจังหวัดสระแก้วได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ตนจึงลงพื้นที่มาติดตามสถานการณ์และกำกับการปฏิบัติงานด้วยตนเอง พร้อมมอบหมายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ บูรณาการร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ ระดมทรัพยากรทุกด้านที่มีอยู่เข้าช่วยเหลือประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการขนย้ายประชาชนและสิ่งของออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงการส่งมอบอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
นายสุชาติ กล่าวว่า เบื้องต้น ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าฉะเชิงเทรา จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ 15 นาย เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่บ้านคลองเจริญ หมู่ 23 ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น ทั้งการขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่พื้นที่ปลอดภัย พร้อมแจกจ่ายข้าวสาร น้ำดื่ม อาหาร สิ่งของจำเป็น และยาสามัญประจำบ้านให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย ขณะที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมรถกระบะ รถบรรทุก เรือท้องแบน และอุปกรณ์กู้ภัย เข้าสนับสนุนภารกิจในพื้นที่บ้านทับใหม่ ตำบลสระขวัญ อำเภอเมืองสระแก้ว และพื้นที่อำเภออรัญประเทศ พร้อมเตรียมกำลังและอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการขนย้ายประชาชนและสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย หากสถานการณ์มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) สระแก้ว นำน้ำดื่มจำนวน 5,000 ขวด แจกจ่ายแก่ประชาชนผู้ประสบภัย เพื่อสนับสนุนการดำรงชีพและบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม
“ผมลงพื้นที่สระแก้วด้วยตัวเอง เพื่อดูสถานการณ์และกำกับการช่วยเหลือประชาชนให้ถึงพื้นที่โดยเร็วที่สุด สิ่งสำคัญในเวลานี้คือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ทส. พร้อมระดมกำลังคน เรือ รถ และอุปกรณ์ที่มีทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง และจะไม่ทอดทิ้งประชาชนในพื้นที่ประสบภัย” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยและภัยพิบัติอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักและมีฝนสะสมสูง พร้อมเตรียมกำลังพล ยานพาหนะ เครื่องมือ และอุปกรณ์กู้ภัยให้พร้อมปฏิบัติการ เพื่อสามารถประสานสนับสนุนจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ และเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์



