ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม รองผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ บีดีไอ เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนกำลังคน ตามแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ.2565-2570) ว่า ประเทศไทยตั้งเป้าหมายพัฒนาบุคลากร AI เป็น 3 กลุ่ม คือ ประชาชนทั่วไป (AI Literacy) 2.5 ล้านคน, บุคลากรประยุกต์ใช้ (AI Professionals) 50,000 คน และนักพัฒนา/นักวิจัย (AI Developers/Researchers) 10,000 คนต่อปี โดยกลุ่ม AI Developer ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายที่สุด เนื่องจากต้องมีทักษะระดับลึกสามารถTraining โมเดลขึ้นมาเอง ซึ่งปัจจุบันไทยมีบุคลากรระดับนี้เพียงหลักพันคนเท่านั้น

จากปัญหาการผลิตบัณฑิตใหม่จากมหาวิทยาลัยที่ไม่ทันต่อความต้องการ บีดีไอ จึงมองว่าต้องเร่งทำ Reskill และ Upskill กลุ่มบุคลากรในอุตสาหกรรมเดิม เช่น Computer Engineer ควบคู่กับการดึงภาคเอกชนและบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Knowledge Transfer) รวมถึงการจัดหลักสูตร แลพ ทำ Workshop โจทย์จริงกับมหาวิทยาลัย

 ดร.สุนทรีย์  กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้ปูทางทักษะ AI ให้กับเยาวชนผ่านระบบ Micro-credit ในโรงเรียนมัธยม เพื่อสะสมหน่วยกิตล่วงหน้าเข้าสู่อุดมศึกษา และเตรียมจัดทำกรอบประเมินทักษะ AI (Framework) ร่วมกับ มจธ. ในปี 2570 เพื่อให้ภาคธุรกิจใช้วัดระดับความสามารถของพนักงานได้อย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน BDI ได้เร่งปลดล็อกคอขวดด้านข้อมูลภาครัฐตาม “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัล พ.ศ. 2569” ซึ่งประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2569 โดย BDI จะทำหน้าที่บริหารระบบกลาง เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ลดขั้นตอนเอกสารราชการที่เคยใช้เวลานานนับปี โดยภารกิจแรกคือการเตรียม API สำหรับ 118 ชุดข้อมูลสำคัญ เช่น สภาพอากาศ ปริมาณน้ำ พื้นที่เสี่ยง และกลุ่มเปราะบาง เพื่อใช้รับมือภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที.