รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เตรียมยุติมาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อยที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยไม่มีการต่ออายุมาตรการออกไป หลังจากการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ไม่ได้มีการเสนอพิจารณาขยายเวลา ส่งผลให้เกษตรกรที่อยู่ระหว่างการพักหนี้กว่า 1.28 ล้านราย วงเงินหนี้รวมกว่า 180,000 ล้านบาท ต้องเริ่มทยอยกลับมาชำระหนี้ตามรอบบัญชีปกติตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
การตัดสินใจครั้งนี้นับเป็นการสิ้นสุดมหากาพย์โครงการพักชำระหนี้ที่ดำเนินยาวนานถึง 9 ปี นับตั้งแต่เริ่มโครงการครั้งแรกในปี 2561 ท่ามกลางความกังวลของหลายฝ่ายเกี่ยวกับความพร้อมและความสามารถในการชำระหนี้ของเกษตรกร ตลอดจนความเสี่ยงต่อการเกิดพฤติกรรมเสพติดการพักหนี้ และโอกาสที่จะเกิดหนี้เสีย (NPL) เพิ่มขึ้นในอนาคต
เพื่อรับมือกับผลกระทบดังกล่าว ที่ประชุม ธ.ก.ส. ได้อนุมัติมาตรการรองรับลูกหนี้กลุ่มนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยสั่งการให้สาขาทั่วประเทศเร่งสร้างความเข้าใจ พร้อมแบ่งมาตรการช่วยเหลือออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:
- กลุ่มที่มีศักยภาพชำระได้: ธนาคารจัดเตรียมจูงใจด้วยการลดดอกเบี้ยให้บางส่วน
- กลุ่มเสี่ยง/ยังชำระไม่ไหว: ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล ปรับโครงสร้างหนี้ และให้ความช่วยเหลือเป็นรายกรณี
ย้อนรอย 9 ปี มหากาพย์พักหนี้เกษตรกร ธ.ก.ส. (พ.ศ. 2561 – 2569)
- ปี 2561 – 2564 (จุดเริ่มต้น): เริ่มต้นขึ้นในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยพักชำระเงินต้นนาน 3 ปี สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 300,000 บาทแรก ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 3.8 ล้านครัวเรือน
- ปี 2563 – 2566 (ช่วงวิกฤตโควิด-19): รัฐบาลออกมาตรการพักหนี้ฉุกเฉินเพิ่มเติม ทั้งแบบพักหนี้อัตโนมัติช่วงล็อกดาวน์ และขยายเวลาพักเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยตามความสมัครใจเป็นระยะ
- ปี 2566 – 2569 (เฟสสุดท้าย): รัฐบาลขยายมาตรการพักหนี้ลูกค้ารายย่อยภาคสมัครใจต่ออีก 3 ปี โดยในช่วงแรกมีผู้เข้าร่วม 1.4 ล้านราย (วงเงิน 200,000 ล้านบาท) ก่อนที่ส่วนหนึ่งจะได้รับการฟื้นฟูศักยภาพและกลับมาชำระได้ตามปกติ จนเหลือลูกหนี้ในระบบพักหนี้ก่อนปิดโครงการที่ 1.28 ล้านราย



