พระมหาประเสริฐ ปญฺญาวโร เจ้าอาวาสวัดธรรมปทีป สก๊อตแลนด์ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในพระธรรมทูตผู้เข้าร่วมการอบรม โครงการอบรม “ธรรมนาวา วัง” เรือแห่งธรรมสู่การตื่นรู้ ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 26 ก.ย. โดยมี เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี เป็นประธานเปิดโครงการ ซึ่งหลักธรรมพระราชทานนี้สามารถมาปรับใช้เป็นเข็มทิศแก่ญาติโยม ในการดำเนินชีวิตท่ามกลางสภาพสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในสหราชอาณาจักร ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่ในต่างแดน เห็นชัดเจนว่าสภาพแวดล้อมมีผลต่อจิตใจคนมาก สหราชอาณาจักรมีฤดูหนาวที่ยาวนาน หิมะตก ฝนตก อากาศมืดครึ้ม ซึ่งในทางการแพทย์ก็ยอมรับว่าส่งผลต่อภาวะซึมเศร้าหรือความเครียดได้ง่าย หลักธรรมนาวา “วัง” ที่เน้นย้ำเรื่อง ความสัมพันธ์ของกายกับใจ (กายเปลี่ยน ใจเปลี่ยน) จึงตรงกับบริบทชีวิตที่นี่มาก เมื่ออากาศหนาวเหน็บ ร่างกายอ่อนล้า จิตใจย่อมหดหู่ตามไปด้วย การนำหลักธรรมมาใช้ คือการตามรู้ทันว่า นี่คือความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลถึงใจ เมื่อเรารู้ทัน เราก็จะไม่เข้าไปยึดถือว่าความหดหู่นั้นคือ “ตัวเรา” แต่เป็นเพียงสภาวะธรรมชาติที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ผ่านไป
พระมหาประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า คนไทยในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่ทำงานหนัก ทั้งงานประจำ งานบริการ เพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงและสังคมตะวันตกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน บางครั้งเราแสวงหาความมั่นคงจากปัจจัยภายนอกจนลืมดูแลจิตใจ เกิดความเครียด วิตกกังวล ธรรมนาวา “วัง” สอนให้เรากลับมาตั้งต้นที่ “สัมมาทิฏฐิ” (ความเห็นถูก) การเห็นถูกไม่ได้แปลว่าให้ทิ้งงานหรือปฏิเสธความเจริญทางโลก แต่คือการทำงานด้วยความเข้าใจ เห็นความจริงของขันธ์ 5 ว่าทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลง ความสำเร็จหรือความล้มเหลวในหน้าที่การงาน ไม่ใช่ตัวตนถาวรที่เราจะต้องแบกรับไว้ตลอดเวลา เมื่อเห็นถูก การดำเนินชีวิต การหาเลี้ยงชีพ (สัมมาอาชีวะ) ก็จะสมดุลขึ้น ทำงานเต็มที่แต่เมื่อเจอปัญหาก็ปล่อยวางได้เร็วขึ้น ความยึดมั่นถือมั่นว่า “ฉันต้องได้สิ่งนี้” ก็จะคลายลง การอยู่ต่างบ้านต่างเมืองนานๆ ย่อมต้องเผชิญกับคลื่นลมแห่งความแตกต่างทางวัฒนธรรม กฎหมาย และวิถีชีวิต หลายคนเกิดความทุกข์เพราะพยายามจะเปลี่ยนโลกภายนอกให้เป็นดั่งใจ หรือบางคนทุกข์จนอยากหนีกลับประเทศ เปรียบเหมือนที่หลักธรรมนาวา “วัง” ได้สอนไว้
พระมหาประเสริฐ กล่าวอีกว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางลมในลอนดอนหรือเอดินบะระได้ แต่เราสามารถเปลี่ยน “ความสัมพันธ์ของจิตที่มีต่อโลก” ได้ เมื่อเรารู้ทุกข์ตามความเป็นจริง ใจเราก็จะไม่จมไปกับคลื่นลมนั้น ญาติโยมในต่างแดนมักเข้าวัดเพื่อแสวงหาที่พึ่งทางใจ ต้องการสวดมนต์ ทำบุญ เพื่อให้คุ้มครองแคล้วคลาด ซึ่งการสวดพระปริตร ก็เป็นสิ่งที่ดีและเป็นกุศล แต่ธรรมนาวา “วัง” ได้ยกระดับความเข้าใจให้ลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้นว่า ท้ายที่สุดแล้ว การคุ้มครองที่แท้จริงคือการมี “สติ” ที่เป็น “อริยสติ” จะบอกญาติโยมเสมอว่า สวดมนต์แล้วต้องย้อนกลับมาดูใจตนเองด้วย เปลี่ยนจากการสวดเพื่อขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้อง มาเป็นการสวดเพื่อเตือนสติให้เกิด “การรู้ถูก เห็นถูก” เพราะคนที่รู้จักจิตใจตนเองและควบคุมใจตนเองได้ท่ามกลางความวุ่นวายในต่างแดน คือคนที่สามารถคุ้มครองและแก้ปัญหาให้ตนเองได้ดีที่สุด



