เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนนทบุรี ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานการประชุมติดตามและแก้ไขสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดนนทบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์ การบริหารจัดการน้ำ การช่วยเหลือประชาชน สภาพเส้นทาง และแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะต่อไป

1.ภาพรวมสถานการณ์ หลายพื้นที่ของจังหวัด ระดับน้ำเริ่มลดลง และสถานการณ์โดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้น ถนนสายหลักส่วนใหญ่ยังสามารถสัญจรได้ แต่ยังมีน้ำท่วมขังในชุมชน พื้นที่ลุ่มต่ำ และซอยย่อยบางแห่ง พื้นที่ที่ยังต้องติดตาม ได้แก่ แนวประชาชื่น-ประชานิเวศน์ และพื้นที่เชื่อมโยงคลองส่วยรวมถึงพื้นที่ฝั่งตะวันตกของจังหวัด คลองระบายน้ำหลักหลายแห่งมีระดับน้ำลดลง จึงต้องใช้ช่วงเวลานี้ เร่งสูบน้ำจากพื้นที่ท่วมขังเข้าสู่คลองและระบายออกจากพื้นที่ ระบบคลองสำคัญที่อยู่ในการบริหารจัดการ ได้แก่ คลองบางตลาด คลองส่วย คลองพระพิมล คลองบางใหญ่ และคลองมหาสวัสดิ์

2.เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุน 29 ก.ย.-4 ต.ค. 69 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แจ้งเตือนเฝ้าระวัง น้ำทะเลหนุนสูง จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ประกอบกับมวลน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ช่วงที่ต้องเฝ้าระวังคือ 29 กันยายน-4 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมพื้นที่ริมแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง สำหรับนนทบุรี ต้องติดตามระดับแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างใกล้ชิด เพราะระดับน้ำภายนอกที่สูงขึ้นอาจทำให้การระบายน้ำจากคลองภายในจังหวัดทำได้ช้าลง

3.การบริหารจัดการน้ำ เร่งสูบน้ำจากชุมชนและพื้นที่น้ำท่วมขังเข้าสู่คลองในช่วงที่ระดับคลองลดลง ตรวจสอบสิ่งกีดขวาง จุดคอขวด และช่วงคลองแคบที่ทำให้น้ำไหลไม่สะดวก เตรียมเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้วหลายเครื่อง สำหรับเสริมพื้นที่ที่ต้องเพิ่มกำลังสูบ คลองพระพิมล มีการควบคุมบานประตูระบายน้ำ โดยรายงานในที่ประชุมระบุว่าหรี่บานเหลือไม่ถึง 30 เซนติเมตร เพื่อควบคุมปริมาณน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่บางบัวทอง คลองบางใหญ่ ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระบบระบายน้ำฝั่งตะวันตกมีข้อจำกัด และความสามารถในการระบายน้ำสัมพันธ์กับระดับน้ำภายนอก เก็บข้อมูลปัญหาที่พบ เพื่อกำหนดจุดเพิ่มเครื่องสูบน้ำ ปรับปรุงคลอง และแก้ไขระบบระบายน้ำในอนาคต

4.สถานการณ์ถนนและการเดินทาง ถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณแนวคลองส่วย มีน้ำประมาณ 5-10 เซนติเมตร ระยะประมาณ 200 เมตร รถเล็กยังผ่านได้ ถนนงามวงศ์วาน บริเวณหน้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน มีน้ำประมาณ 5 เซนติเมตร รถเล็กผ่านได้

แขวงทางหลวงเร่งตรวจสอบและซ่อมแซมผิวจราจรที่ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะเส้นทางที่มีปริมาณรถสูง ภาพรวมถนนสายหลักส่วนใหญ่ยังสามารถใช้สัญจรได้ ส่วนพื้นที่น้ำท่วมขังในซอยและชุมชนให้แต่ละอำเภอสำรวจและรายงานเป็นรายจุด

5.การจัดระเบียบรถและพื้นที่จอดรถสำรอง จังหวัดขอความร่วมมือประชาชนที่นำรถไปจอดบน สะพานข้ามแยกพงษ์เพชร รวมถึงฟุตปาธและพื้นที่ที่กีดขวางการจราจร ให้นำรถออก เพื่อคืนพื้นที่การจราจรและรองรับการเดินทาง

พื้นที่จอดรถสำรองที่ประสานไว้ ได้แก่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ชั้น 3M และ 4M รองรับประมาณ 450 คันขณะรายงานมีรถจอดประมาณ 140 คัน โลตัส พงษ์เพชร รองรับประมาณ 30 คัน โดยต้องลงทะเบียน พร้อมแสดงบัตรประชาชนและหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของรถ สามารถใช้พื้นที่ดังกล่าวได้ จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

6.การช่วยเหลือประชาชนและด้านสาธารณสุข กระจายยา ยาสามัญ และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นในสถานการณ์น้ำท่วม ไปยังโรงพยาบาลชุมชนและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอแล้ว ให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงผ่านเครือข่าย อสม. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีผู้ป่วยหรือประชาชนไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ ให้หน่วยงานในพื้นที่ประสานความช่วยเหลือเป็นรายกรณี

ให้อำเภอรวบรวมข้อมูลพื้นที่น้ำท่วม ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และเส้นทางที่ยังมีน้ำท่วมขังเป็นรายวัน เพื่อจัดสรรความช่วยเหลือให้ตรงจุด

การประกาศพื้นที่ประสบภัยเป็นรายตำบล ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ของตำบลถูกน้ำท่วมทั้งหมดแต่เพื่อให้หน่วยงานสามารถดำเนินการช่วยเหลือ บรรเทา และฟื้นฟูได้สะดวกขึ้น

7.แนวทางแก้ไขระยะยาว รวบรวมปัญหา คลองแคบ จุดคอขวด สิ่งกีดขวางทางน้ำ พื้นที่ขาดเครื่องสูบน้ำ และข้อจำกัดของระบบระบายน้ำฝั่งตะวันตก วางแนวทางขุดลอกและเพิ่มประสิทธิภาพคลอง เพิ่มระบบหรือสถานีสูบน้ำ และปรับปรุงโครงข่ายระบายน้ำ ผลักดันโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองบางกอกน้อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในระบบคลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ และคลองอ้อมนนท์

สรุปภาพรวมสถานการณ์หลายพื้นที่เริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่สิ้นสุดภารกิจ จังหวัดยังต้องเร่งระบายน้ำจากชุมชนและพื้นที่ลุ่มต่ำ พร้อมเตรียมรับน้ำทะเลหนุนและระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วง 29 ก.ย.-4 ต.ค. 69

การดำเนินงานเน้น 3 ด้านสำคัญ คือ เร่งระบายน้ำและรักษาการสัญจร ช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มเปราะบาง เก็บข้อมูลปัญหาเพื่อแก้ไขระบบระบายน้ำระยะยาว