จากกรณีโซเชียลเดือดคลิปชายขี่เจ็ตสกีเร่งเครื่องซิ่งลุยน้ำท่วมบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ สาดน้ำใส่ชาวบ้านที่กำลังลำบาก ล่าสุด พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน เชิญตัว นายศรณ์ เกตุศิริ และนายพราว (ไม่ทราบชื่อนามสกุล) พร้อมของกลาง เรือเจ็ตสกี 1 ลำ และแจ้งข้อกล่าวหาให้ นายศรณ์ ในข้อหา “กระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการร กระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ และการกระทำในลักษณะที่กีดขวางการจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 114 ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
อ่านข่าวต่อ : แจ้งข้อหาหนุ่มนอก ซิ่งเจ็ตสกีลุยน้ำท่วมถนนเพชรบุรีจ่อส่งศาล-เสนอริบเรือ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 ก.ย. นายศรณ์ เกตุศิริ ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า โดยแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ข้อความนี้เขียนขึ้นมาจากใจของผมเอง ไม่ใช่ AI ไร้สาระแต่อย่างใด ผมไม่รู้เลยว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี เพราะเจตนาของผมในการทำเรื่องนี้ ไม่เคยเป็นอย่างที่หัวข้อข่าวพยายามนำเสนอเลย ผมแค่อยากสร้างการรับรู้และระดมทุนช่วยเหลือคนไทย สังคมที่มอบแต่รอยยิ้มให้กับโลกใบนี้ ผมทำไปเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมทำมาตลอดช่วงวิกฤตินี้ ทั้งส่งของถุงยังชีพ/เสบียง ช่วยเหลือเรือที่ติดหล่มด้วยรถกระบะของผม และใช่ครับ รวมถึงการใช้เจ็ตสกีของผมด้วย”

นอกจากนี้ “มันทำให้ผมปวดใจจริง ๆ ที่ได้เห็นหัวข้อข่าวในเชิงลบเกี่ยวกับตัวผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับครอบครัวของผม ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ผมรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมอย่างมาก คือการที่ผมถูกนำมาทำเป็นตัวอย่าง ในขณะที่มีคลิปไวรัลนับไม่ถ้วนแสดงให้เห็นคนเล่นเวกบอร์ดโดยมีรถกระบะซิ่งลาก, คนเล่นเจ็ตเซิร์ฟบอร์ด, คนถูกลากท้ายจักรยาน หรือเรือหางยาวที่ขับเร็วผ่านถนนน้ำท่วม เรือเหล่านั้นมีใบพัดเปลือยบนเพลายาว ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากต่อคนที่เดินผ่านไปมา และในหลายกรณีก็สร้างคลื่นขนาดใหญ่กว่าเจ็ตสกีของผมเสียอีก รวมถึงคลิปเจ็ตสกีอื่นๆ ด้วย”

“ก่อนเริ่ม ผมได้เอ่ยปากถามทุกคนรอบ ๆ ตัวด้วยความเคารพแล้วว่าโอเคไหม ซึ่งพวกเขาก็เชียร์ผม เด็กๆ  หัวเราะและขอขึ้นนั่งด้วย ทุกคนมีแต่รอยยิ้ม ผมขับอยู่ตรงบริเวณสี่แยกใหญ่ที่เปิดโล่ง ห่างไกลจากบ้านเรือน และไม่ได้สร้างความเสียหายใด ๆ เลย และใช่ครับ รถที่เห็นอยู่ไกล ๆ นั่นคือรถตำรวจจริง ๆ ผมยังขับต่อหน้าเจ้าหน้าที่โดยตรง ซึ่งพวกเขาก็ชูนิ้วโป้งให้ผมด้วยซ้ำ และไม่มีใครบอกให้ผมหยุดเลย ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า ผมควรจะจัดการเรื่องนี้ให้แตกต่างออกไป และผมต้องขอโทษด้วย แต่เจตนาของผมไม่เคยคิดจะสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ผมเพียงแค่พยายามทำให้สถานการณ์อันเลวร้ายนี้ดูสดใสขึ้น พร้อมกับระดมทุนช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก”

“ดังนั้น เพื่อความชัดเจนนะครับ ผมไม่ได้ติดคุก, ใช่ ผมโดนปรับ, และ ใช่ เจ้าหน้าที่ยึดเจ็ตสกีของผมไป ซึ่งเป็นเจ็ตสกีลำเดียวกับที่พ่อให้ผมตอนอายุ 13 ปี และเป็นลำที่ผมใช้ช่วยเหลือผู้คน นี่คือประเทศที่ผมรัก นี่คือบ้านของผม การได้เห็นความสูญเสียและผู้คนที่กำลังตกทุกข์ได้ยากมันทำให้ผมปวดใจ หากคลิปนี้ส่งไปถึงคุณ ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยนะครับ ลองพิจารณาบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเดือดร้อนจริงๆ และได้โปรดอย่าดึงคุณแม่ของผมเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยครับ ท่านอายุ 60 ปีแล้ว แต่ยังคงออกไปช่วยแจกจ่ายอาหารวันละ 12 ชั่วโมง ทุกๆ วัน”..

ขอบคุณข้อมูลจาก : Sorn Keadsiri