เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (พระราชวังเดิม) กองทัพเรือจัดพิธีส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ โดยพล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ทำพิธีส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทบ.) ให้แก่พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล โดยมีนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือร่วมพิธี พร้อมจัดพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศเพื่อเป็นเกียรติแก่พล.ร.อ.ไพโรจน์ ในโอกาสพ้นจากตำแหน่ง จากนั้น พล.ร.อ.ไพโรจน์ ได้ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการทหารเรือลำดับที่ 60 ให้แก่ พล.ร.อ.นเรศ โดยมีพิธีลงนามส่งมอบหน้าที่ พร้อมมอบตราประจำตำแหน่งและธงประจำตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ ก่อนกล่าวมอบการบังคับบัญชา โดยปืนใหญ่บริเวณป้อมวิไชยประสิทธิ์ยิงสลุตเทิดเกียรติจำนวน 19 นัด

ภายหลังรับมอบหน้าที่ พล.ร.อ.นเรศ กล่าวว่า ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตนดํารงตําแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ตนรู้สึกสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดไม่ได้ และจะปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดกําลังความสามารถ ในการนําพากองทัพเรือให้เป็นกองทัพเรือที่มีความเข้มแข็ง มีศักดิ์ศรี สามารถทําหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและประโยชน์ของประเทศชาติ รวมทั้งปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายได้สําเร็จลุล่วงทุกประการ

“เมื่อรบก็ต้องชนะ ไม่ว่าจะรบกับใครก็ตาม กับศึกราชศัตรูที่เป็นกําลังทหาร หรือที่เป็นภัยคุกคามหรือภัยธรรมชาติต้องสําเร็จ จากขีดความสามารถที่เรามี ยุทโธปกรณ์ทั้งคน เครื่องไม้เครื่องมืออื่นๆ ที่จะต้องนํามาสนับสนุนสิ่งเหล่านี้ต้องทําควบคู่กันไป ผมตั้งใจจะสานต่อเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารเรือที่ผ่านมา ที่กระทํามาแล้ว ก็จะทําต่อไปให้ประสบความสําเร็จในสิ่งที่กําหนดไว้” พล.ร.อ.นเรศ กล่าว
พล.ร.อ.นเรศ กล่าวอีกว่า ส่วนยุทโธปกรณ์เป็นสิ่งที่กองทัพเรือให้ความสำคัญ เพราะเป็นสินทรัพย์ของประเทศ เรือรบ เครื่องบิน หรือยานรบต่างๆ มีราคาแพง เราทราบดีว่า คือสิ่งที่ประชาชนจ่ายเงินให้เรามาเพื่อจะไปจัดหา เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้สมกับที่ประชาชนคาดหวัง ตนตั้งใจที่จะนําพาและดําเนินการจัดหายุทโธปกรณ์และสิ่งต่างๆ ให้มีความพร้อมสูงสุดที่จะทําหน้าที่ของเราได้อย่างเต็มภาคภูมิ สําหรับเรื่องการได้รับข้อมูลหรือข้อแนะนําต่างๆ กองทัพเรือ และตนก็พร้อมเสมอที่จะรับฟัง ข้อแนะนํา และข้อคิดเห็นต่างๆ เพื่อนํามาปรับปรุงแก้ไขหรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งเชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนสื่อสารออกมาเป็นสิ่งที่ประชาชนอยากได้เราก็จะทําให้ดีที่สุดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

“ผมมาทําหน้าที่ผู้บัญชาการทหารเรือจะทําทุกวิถีทาง เพื่อให้กองทัพเรือเข้มแข็ง มีศักดิ์ศรี สร้างความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด” พล.ร.อ.นเรศ กล่าว
เมื่อถามถึงนโยบายการเดินหน้าเรือฟริเกต และเรือดําน้ำ เป็นอย่างไร พล.ร.อ.นเรศ กล่าวว่า การดําเนินโครงการต่างๆ มาจากยุทธศาสตร์กองทัพเรือ เพราะฉะนั้นในการดําเนินการจําเป็นต้องทําต่อเนื่อง ซึ่งมีอีกหลายโครงการที่จะต้องดําเนินการ ตามแผนที่กําหนดไว้
เมื่อถามว่าโครงการจัดหาเรือฟริเกต ผบ.ทร.ท่านเดิมได้ลงนามหรือจะทบทวนอะไรหรือไม่ พล.ร.อ.นเรศ กล่าวว่า อยู่กระบวนการพิจารณาก็จะทำให้ดีที่สุด ไม่มีกําลังพลท่านใดที่ต้องการสิ่งที่ไม่เรียบร้อย เราจะต้องทําทุกอย่างให้เรียบร้อย ตนมารับหน้าที่ต่อก็จะสานต่อ ตามที่ท่านวางไว้ให้เกิดความเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่าปัจจุบันเห็นปัญหาของเรือรบที่มีสภาพเก่าอย่างไรบ้าง พล.ร.อ.นเรศ กล่าวว่า จะดําเนินการในทุกส่วน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ ผู้บัญชาการทหารเรือและกําลังพลได้ตระหนักดีว่าเป็นปัญหาที่จะต้องรีบแก้ไข การที่เรามียุทโธปกรณ์ที่มีอายุใช้งานนาน ที่ไม่สามารถทํางานได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงจำเป็นต้องซ่อมแซมปรับปรุง หากจําเป็นต้องใช้งานหรือจัดหาเพิ่มเติมทดแทน ในสิ่งที่ใช้ไม่ไหวแล้ว คือสิ่งที่เราต้องทํา การที่เราทําสิ่งเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับความจําเป็นว่าต้องใช้เท่าไหร่ ใช้ที่ไหน ใช้ทําอะไร สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวตั้ง ซึ่งทั้งหมดก็มาจากยุทธศาสตร์กองทัพเรือ ปัจจุบันเรือที่เก่าทรุดโทรมชํารุด เราดําเนินการซ่อมปรับปรุงส่วนหนึ่ง ส่วนอีกส่วนหนึ่งคือเสริมสร้างจัดหาเข้ามาใหม่ เราทําทั้งสองส่วนพร้อมกัน

เมื่อถามถึงเรือหลวงภูมิพลที่มีปัญหาเรื่องปืนฟาลังซ์ จะดําเนินการอย่างไร พล.ร.อ.นเรศ กล่าวว่า ตอนนี้กำลังให้หน่วยที่เกี่ยวข้องพิจารณาและจะดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะต้องการให้เรือมีความพร้อมสูงในการปฏิบัติการต่างๆ ยืนยันจะเร่งทำให้เร็วที่สุด คิดว่าจะจบและไม่มีปัญหา
พล.ร.อ.นเรศ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการเรือดำน้ำนั้น ตามแผนจะส่งมอบต้นปี 2572 ซึ่งตนได้แจ้งให้กับฝ่ายจีนว่า ต้องการให้เรือดำน้ำเสร็จเร็วขึ้น ถ้าทำได้เพื่อนำมาใช้งาน การใช้เรือดำน้ำ ก็ไม่ต่างกับการขับเครื่องบิน ต้องใช้ความชำนาญ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย รวมถึงการใช้อาวุธ การปฏิบัติการต้องใช้เวลา ดังนั้นเราจึงต้องการเรือดำน้ำมาใช้งานให้เร็วที่สุด แต่เขาก็ไม่ได้รับปากว่าจะส่งมอบให้เสร็จภายในปี 2571 แต่ยืนยันว่าจะพยายามทําให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งยอมรับว่าบางอย่างไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ไม่ใช่การปกปิด แต่มันเป็นเรื่องชั้นความลับ ขณะที่อนาคตเรือดำน้ำลําที่ 2 ที่ 3 นั้น เราจะพิจารณาจากเรือดําน้ำลําแรก ก็ต้องดูผลจากการปฏิบัติงาน เพราะเราเริ่มต้นมานานมาก ทุกอย่างต้องมาเริ่มต้นใหม่ จึงต้องมาใช้งานและดูข้อบกพร่องต่างๆ และต้องปรับต่อไป
เมื่อถามย้ำว่ามีโอกาสที่จะมีเรือดำน้ำลำเดียวใช่หรือไม่ พล.ร.อ.นเรศ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพิจารณา แต่เรามีแผนอยู่ ซึ่งปัจจุบันสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก เราเคยประมาณสถานการณ์ว่าไม่มีการสู้รบหรือการใช้กําลังทหารต่อกัน แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ และมีการพัฒนาทางทหารตามมาด้วยทางยุทโธปกรณ์ ยุทธวิธีต่างๆ ทําให้เราต้องปรับปรุงให้สอดคล้อง ยอมรับว่าไม่รู้สึกหนักใจอะไร และยืนยันจะทําหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่รู้สึกกังวล.



