สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่า นับตั้งแต่เดือน ก.ค. มีการพบศพหญิงสาวรวม 11 ราย ในเขตเอคูร์ฮูเลนี ทางตะวันออกของเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ซึ่งจุดชนวนให้เกิดความโกรธเคือง และความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนอีกครั้ง ท่ามกลางความล้มเหลวของรัฐบาลในการรักษาคำมั่นสัญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่จะหยุดยั้งปัญหาความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ
เหยื่อส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20-30 ปี และบางรายถูกพบในสภาพเปลือยกาย รวมถึงมีร่องรอยของการถูกล่วงละเมิดทางเพศ
เมื่อช่วงดึกของวันอังคาร (29 ก.ย.) ผู้นำแอฟริกาใต้กล่าวผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ว่า ในคืนนี้ มีร่างของหญิงสาวหลายคนนอนอยู่ในห้องเก็บศพของรัฐบาลเพื่อรอการระบุตัวตน รอให้มีคนมาติดต่อรับศพ และรอที่จะได้กลับบ้านเพื่อประกอบพิธีศพ
[WATCH] President @CyrilRamaphosa addresses the nation on the profound pain and anger caused by the continued violence against women and girls in South Africa.
— The Presidency ???????? (@PresidencyZA) September 30, 2026
Reflecting on the women whose lives have been cruelly cut short, including the 11 women whose bodies have been found… pic.twitter.com/dwDyCz7DpS
เขากล่าวอีกว่า ความรุนแรงที่กระทำต่อสตรีในแอฟริกาใต้ เป็นบ่อเกิดแห่งความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส และความอัปยศของชาติ คนทั้งชาติกำลังโกรธแค้น สตรีในแอฟริกาใต้ต่างก็โกรธแค้นเช่นกัน
รามาโฟซาระบุว่า ตำรวจยังไม่พบหลักฐานบ่งชี้ว่ามีฆาตกรต่อเนื่อง ที่อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของหญิงสาวกลุ่มนี้ พร้อมเสริมว่า จะยังคงมีการสอบสวนในทุกความเป็นไปได้
ทั้งนี้ มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมแล้ว 3 ราย และเขาย้ำว่า จะไม่มีการปล่อยให้คดีการเสียชีวิตทั้งหมด กลายเป็นคดีที่ไม่มีความคืบหน้าหรือถูกทิ้งร้างไป.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



