นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด)เชื่อมสามสนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระหว่าง รฟท. และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด หรือ AERA 1 (กลุ่ม ซี.พี.) ยังไม่ได้สิ้นสุดลงตามที่เอกชนใช้สิทธิแจ้งความประสงค์ให้สัญญาร่วมลงทุนฯ สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 โดยเมื่อวันที่ 29 ก.ย.2569 รฟท. ได้ทำหนังสือทักท้วงการใช้สิทธิดังกล่าวแล้ว เนื่องจากเห็นว่าเอกชนยังไม่สามารถบอกเลิกสัญญาได้ฝ่ายเดียว ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง เงื่อนไขของสัญญา และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักความต่อเนื่องของการบริการสาธารณะ และหลักกฎหมายที่เกี่ยวกับการสิ้นสุดสัญญาว่าเอกชนมีสิทธิครบถ้วนหรือไม่

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ รฟท. ได้หารือร่วมกับฝ่ายกฎหมาย และผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการที่เอกชนแจ้งความประสงค์ให้สัญญาร่วมลงทุนฯ สิ้นสุดลง ซึ่งมองว่า รฟท. ควรต้องทักท้วง และโต้แย้งการใช้สิทธิ ทั้งนี้ในสัญญามีการกำหนดเงื่อนไขรายละเอียดในการสิ้นสุดของสัญญาไว้ อาทิ สิ้นสุดตามอายุสัญญาสัมปทาน 50 ปี, ออก NTP ไม่สำเร็จ ตามเงื่อนไขกำหนดไว้ในข้อ 6.2 อาทิ เอกชนขอรับบัตร BOI ไม่สำเร็จครบถ้วน หรือรฟท. ส่งมอบพื้นที่ไม่ครบถ้วน และ 3. สิ้นสุดสัญญาตามเงื่อนไขของสัญญา อาทิ รฟท. เป็นฝ่ายผิดสัญญา, เอกชนเป็นฝ่ายผิดสัญญา, การใช้อำนาจรัฐบาลเพื่อประโยชน์สาธารณะ และเหตุสุดวิสัยหรือเหตุผ่อนผัน จึงจำเป็นต้องมาพิจารณาตามข้อเท็จจริง และกฎหมายต่างๆ ร่วมกันให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง และรอบคอบก่อน

ปัจจุบันการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนฯ ยังรอการพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายเขตพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.) หรือ บอร์ดอีอีซี ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาว่าจะแก้ไขสัญญาหรือไม่ หรือมีแนวทางในการดำเนินการต่อไปอย่างไร ขณะเดียวกัน รฟท. ต้องหารือในรายละเอียดร่วมกับเอกชนตามที่ รฟท. ทำหนังสือทักท้วงการใช้สิทธิดังกล่าวไปด้วย ยืนยันว่าที่ผ่านมา รฟท. ไม่ได้ทำผิดสัญญา ซึ่งประเด็นการส่งมอบพื้นที่ แม้จะส่งมอบล่าช้าเกินกำหนดตามแผนงาน แต่ รฟท. มีหนังสือแจ้ง และทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับเอกชน โดยส่งมอบพื้นที่ให้ครบแล้วทั้ง 2 ส่วน ภายในกรอบเวลา MOU ได้แก่ พื้นที่ก่อสร้างรถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน และพื้นที่การพัฒนาเมืองโดยรอบสถานี (TOD)

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ทาง AERA ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อสนับสนุนการให้บริการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) ให้มีความต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2570 เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน และการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2570 ทางบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด(รฟฟท.) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ รฟท. จะเข้ามาเดินรถต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ 4 เดือน ของ AERA 1 หากมีการขาดทุนใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ นายอนันต์ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการสรุปในประเด็นนี้ ต้องมาพิจารณาในรายละเอียดสัญญาใหญ่ และข้อกฎหมายว่า หน้าที่การบริหารจัดการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เป็นหน้าที่ของใคร ยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของเอกชน แต่หากพิจารณาแล้ว เป็นหน้าที่ของ รฟท. ก็ต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ไป ซึ่งเวลานี้ต้องทำให้ประชาชนสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ได้อย่างต่อเนื่องก่อน  

นายอนันต์ กล่าวด้วยว่า รฟท. ดำเนินการในทุกขั้นตอน จะยึดถือความต่อเนื่องของบริการสาธารณะ ประโยชน์ของประชาชน และการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ เป็นสำคัญ ควบคู่กับการรักษาสิทธิ และปฏิบัติหน้าที่ของ รฟท. ตามสัญญาร่วมลงทุนฯ หากยังมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิ หรือหน้าที่ของคู่สัญญา รฟท. จะดำเนินการตามกระบวนการ และกลไกที่กำหนดไว้ในสัญญา เพื่อให้เกิดความชัดเจน รักษาสิทธิ และประโยชน์ของรัฐอย่างครบถ้วนต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ในทางกฎหมายการที่เอกชนส่งหนังสือแจ้งใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญา ไม่ได้หมายความว่าสัญญาจะสิ้นสุดลงทันทีตามเอกชนแจ้งความประสงค์มา เพราะการสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุนมีเงื่อนไข และขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน ดังนั้นการที่เอกชนส่งหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาเพียงฝ่ายเดียว ยังไม่ถือว่าสัญญาสิ้นสุดลง และ รฟท. มีหน้าที่ต้องเจรจา และบริหารจัดการสัญญาให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยพยายามหาทางออกที่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ และประชาชน ขณะเดียวกันรัฐก็ต้องไม่เสียประโยชน์